พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศนโยบาย “5 FAIR” เพื่อปฏิรูปและพัฒนาฟุตบอลไทยให้มีความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในทุกระดับ โดยมีนโยบายดังนี้

1. แฟร์ เรื่องการบริหารสมาคม องค์กร ต้องมีความโปร่งใสเป็นธรรม

2. แฟร์ เรื่องการใช้จ่ายที่ต้องมีการตรวจสอบ รับรู้ว่าสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นอย่างไร

3. แฟร์ เรื่องการตัดสิน ที่เน้นไปที่การพัฒนาพัฒนาศักยภาพผู้ตัดสิน และเสริมสร้างจริยธรรมวิชาชีพผู้ตัดสินควบคู่กับการสร้างรายได้

4. แฟร์ เรื่องสิทธิประโยชน์สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หรือสโมสรฟุตบอลต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมพร้อมทั้งสิทธิ์ประโยชน์เพิ่มขึ้น

5. จัดอคาเดมีของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยเป็นความร่วมมือของ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ , กกท. , สโมสรสมาชิก และภาคเอกชน


นอกจากนี้ในการประชุมคณะผู้บริหารสมาคมฯ ครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 ยังได้มีการกำหนดการดำเนินเร่งด่วน 6 เรื่อง ดังนี้

1. ประกาศเชิญหน่วยงานของรัฐ องค์กร บริษัท ห้างร้าน บุคคล คณะบุคคล ที่มีนิติกรรมสัญญาทุกๆ สัญญา กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และต้องการดำเนินการตามสัญญาต่อไป มาพบคณะทำงานภายในเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันประชุม เพื่อการหาแนวทางการทำงานร่วมกัน

2. สนับสนุนจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพให้มีความเป็นธรรม ทั้งการวางแผนการจัดการแข่งขันสโมสรที่มีสิทธิเข้าแข่งขัน การจัดการแข่งขันและการบริหารสิทธิประโยชน์ โดยในเบื้องต้นยืนยันว่ายังคงมีการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ทั้ง 3 ลีก คือ พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ (PLT) , ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 โดยจะเริ่มต้นให้เร็วที่สุด

3. การปรับปรุงการทำงานของคณะผู้ตัดสินและผู้ควบคุมการแข่งขัน โดยมีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เป็นประธานคณะฯ ด้วยตัวเอง พร้อมกับคณะกรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน คัดเลือกจากผู้ตัดสินอาวุโสที่มีประสบการณ์และความเหมาะสม และมีผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเซีย (AFC) จำนวน 3 ท่านเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ

4. ปรับปรุงการทำงานของสมาคมฯ ให้เป็นองค์กรธรรมาภิบาล แก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องโดยเร็ว เช่น การจัดทำบัญชีงบดุลของสมาคมณ การยื่นแบบเสียภาษี การจัดทำสัญญา นิติธรรม ทุกประเภท และการจัดทำโครงสร้างการบริหารงานและการปฏิบัติงานที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได โดยจะต้องเกิดขึ้นจริงภายใน 60 วัน

5. การปรับปรุงการทำงานร่วมกับสื่อมวลชนให้มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันเพื่อความร่วมมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสมาคม และการแข่งขันกีฬาฟุตบอลทุกระดับให้แฟนบอลได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา อย่างทั่วถึงและกว้างขวาง รวมทั้งปรับปรุงเว็บไซต์ของสมาคมฯ ให้มีความทันสมัย ทันสถานการณ์ และเป็นแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบได้

6. สำนักงานสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อยู่ระหว่างประสานกับการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อขอใช้พื้นที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานสมาคมฯ แต่เพื่อให้การทำงานของสมาคมไม่ติดขัด ในเบื้องต้นจึงจะใช้พื้นที่สำนักงานที่อาคารชาญอิสระ 1 ชั้น 2 ถนนพระราม 4 เป็นที่ตั้งสำนักงานชั่วคราวก่อน