ก่อนจะเป็นช้างศึก : มานูเอล ทอม เบียรห์

27 ส.ค. 2017 19:03:00

4 weeks ago

กองหลังลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เป็น 1 ใน 2 ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ โค้ชมิโล เรียกเข้ามา เขาเป็นใครมาจากไหนและอีกหลายเรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ ติดตามได้ที่นี่
Picture

มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย ยังแสดงให้เห็นถึงการสร้างทีมเพื่ออนาคต เมื่อเขาเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในทีมชาติไทยต่อเนื่อง ล่าสุดนอกเหนือจาก สุภโชค สารชาติ กองกลางวัย 19 ปีแล้ว ทางด้าน มานูเอล ทอม เบียรห์ กองหลังลูกครึ่งไทย-เยอรมัน จาก แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็น 1 ใน 2 แข้งป้ายแเดงที่ถูกเรียกเข้ามา ในรายชื่อ 25 คนก่อนตัดให้เหลือ 23 คน สำหรับการลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย พบกับ ทีมชาติอิรัก และ ทีมชาติออสเตรเลีย

มานูเอล เริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุประมาณ 6 ขวบ ก่อนที่ในวัย 15 ปี เขาได้เข้าสู่อคาเดมี่ของ วีเอฟบี สตุ๊ตการ์ท ผ่านการฝึกลูกหนังตามแบบฉบับเยอรมันกับที่นั่นถึง 4 ปีเต็มๆ (2008-2012) ก่อนย้ายไปอยู่กับ เอฟซี เนิร์นแบร์ก เพียงแค่ปีแรกในฤดูกาล 2012/13 เขาลงสนามให้ทีมเยาวชน ในลีกระดับดิวิชั่น 4 ไปถึง 28 นัดพร้อมทำ 1 ประตู แม้ปีถัดมาจะถูกดันขึ้นสุดใหญ่ทันที ทว่าก็ยังไม่มีโอกาสลงสนามให้ทีม แต่ระหว่างนั้นก็ยังมีเกมให้ลงเล่นกับทีมเยาวชนไปอีก 23 นัด ต่อด้วย 9 นัด ในฤดูกาล 2014/15

กระทั่งช่วงครึ่งซีซั่นหลังของฤดูกาล 2014/15 ในที่สุด มานูเอล วัย 20 ปี ก็มีโอกาสประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ครั้งแรก และนับว่าไม่เลวเมื่อสุดท้ายได้ลงเล่นไป 8 นัดมีส่วนพาทีมจบอันดับ 9 ของตารางในลีกรองเยอรมัน หรือ ลีก้า 2 เยอรมัน ก่อนออกไปเผชิญความท้าทายใหม่กับ สตุ๊ตการ์ท คิกเกอร์  ทีมในลีก้า 3 เยอรมัน ในฤดูกาล 2015/16  ลงสนามให้ทีมรวมทุกรายการไปถึง 26 นัด

มานูเอล อยู่กับ สตุ๊ตการ์ท คิกเกอร์  ได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียว หลังจากหมดสัญญา เขาก็พยายามมองหาความเป็นไปได้ในการย้ายมาค้าแข้งที่ประเทศไทย เมื่อรู้ว่าลีกฟุตบอลในแผ่นดินเกิดของคุณแม่นั้นกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งได้มาอยู่กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่เต็มไปด้วยทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชาวเยอรมัน ในช่วงเลกสองของฤดูกาล 2016 นอกจากต้องการช่วยยกระดับทีมที่ขณะนั้นกำลังมีลุ้นคว้าแชมป์ อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการติดทีมชาติไทยสักครั้งในชีวิต

“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อน” มานูเอลกล่าวในวันเปิดตัวกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด

“เป้าหมายแรกของผมคือการทำงานหนักเพื่อได้เป็นส่วนสำคัญของทีม ผมอยากพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผมคิดว่า แบงค็อก ยูไนเต็ด ช่วยผมได้ และผมหวังว่าจะสามารถช่วยยกระดับทีมให้สูงขึ้นได้เช่นเดียวกัน รวมถึงการติดทีมชาติไทยก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของผมหลังจากนี้”

แม้คำสัมภาษณ์เหล่านั้นจะแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่เต็มเปี่ยม แต่การเริ่มต้นค้าแข้งนอกประเทศครั้งแรก ของ มานูเอล ในศึกโตโยต้า ไทยลีก ต้องบอกว่าไม่ง่าย เมื่อมีโอกาสลงสนามให้ทีมเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้นในช่วงเลกสอง  กระนั้นเจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่ท้อ

“ผมคิดว่าได้เรียนรู้อะไรมากมายในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ฟุตบอลไทยเป็นอย่างไร, สไตล์การเล่น และแน่นอนคือเพื่อนร่วมทีมของผม”

 “ผมไม่เสียใจเลยที่ไม่ได้ลงเล่นมากนัก เพราะผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า มาโน่ และทีมงานโค้ช เชื่อมั่นในคุณภาพของผม และเมื่อเวลาเหมาะสม ผมจะได้ลงเล่นเอง”

กระทั่งในฤดูกาลนี้ มานูเอล เริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งจน กลายเป็นหนึ่งในเซนเตอร์ฮาล์ฟที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง และเฉียดการติดทีมชาติไทยมาแล้วในยุค เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แม้สุดท้ายโชคร้ายต้องถอนตัวออกไป แต่เขาก็แสดงให้เห็นว่ามีความต้องการรับใช้ทัพช้างศึกมากแค่ไหน เมื่อเดินทางมารายงานตัวทั้งที่มีอาการบาดเจ็บ

"ผมเสียรู้สึกเสียดายมาก ผมโชคร้ายมากที่เจ็บจากเกมกับเชียงราย ผมพยายามดูแลตัวเองเพื่อให้กลับมาสมบูรณ์ แต่มันไม่ดีขึ้นเลย"

"ผมหวังว่าสักวันหนึ่งผมจะได้โอกาสกับทีมชาติไทยอีกครั้ง มันแค่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้มีชื่อกลับสู่ทีมชาติไทยในครั้งหน้า”

หลังหายจากอาการบาดเจ็บ ระหว่างนั้น มานูเอล ก็กลับมามุ่งมั่นทำงานหนักอยู่ตลอด และในที่สุดประตูสู่ทีมชาติไทยก็เปิดให้เขาอีกครั้งในยุค มิโลวาน ราเยวัช โดยล่าสุดเพิ่งได้รับโอกาสลงเล่นช่วงครึ่งหลังในฟุตบอลรายการพิเศษ "Come Together - Together For Thailand" ที่เสมอกับ All Star Thai League (ออลสตาร์ไทยลีก) 3-3 ณ สนามกีฬาบุณยะจินดา

“ผมดีใจมากๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยมีโอกาสแบบนี้มาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ก็ต้องพลาดไปเพราะมีอาการบาดเจ็บ แต่ผมก็ไม่เคยท้อ ผมไม่ใช่คนอยู่เฉยๆเพื่อรอคอยโอกาส ระหว่างนั้นผมพยายามทำงานหนัก ผมคิดอยู่เสมอว่าถ้าผมทำงานของผมได้ดีอีกครั้ง ผมน่าจะได้รับโอกาสอีก”

“ผมชอบสไตล์ของที่นี่ เพราะมันเหมือนการซ้อมของแบงค็อก ยูไนเต็ด ต่างกันอย่างเดียวคือเราซ้อมกันนานกว่า ทุกคนทำงานกันอย่างมืออาชีพมากๆ ผมไม่รู้ว่าจะมีชื่อเป็น 23 คนสุดท้ายหรือไม่ แต่ผมบอกให้ทุกคนมั่นใจเลยว่าผมจะทุ่มเท 100% เต็ม ทั้งในและนอกสนามเพื่อทีมชาติไทย”

รู้หรือไม่

- มานูเอล ทอม เบียรห์ มีคุณแม่เป็นคนไทย จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนคุณพ่อเป็นคนเยอรมัน โดยเกิดและเติบโตที่ประเทศเยอรมัน

- มานูเอล ทอม เบียรห์ ไม่เคยมาประเทศไทยเลย กระทั่งมาเล่นฟุตบอลที่ประเทศไทยกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด

- ปัจจุบันด้วยส่วนสูงถึง 184 เซนติเมตร หลายคนอาจมองว่าเขาเป็นคนที่เล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหลังมาตั้งแต่เด็ก แต่แท้จริงแล้วเขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้า เคยถึงขั้นคว้าดาวซัลโว ก่อนถอยมาเล่นกองกลางเพราะมีความฟิตสูงวิ่งขึ้นลงได้ทั้งเกม กระทั่งมาเล่นกองหลัง ตอนอยู่กับทีมเยาวชน เอฟซี เนิร์นแบร์ก

- เดวิด เบ็คแฮม เป็นไอดอลลูกหนังของเขามาตั้งแต่เด็กๆ เพราะส่วนตัวชื่นชอบการยิงฟรีคิกและแฟชั่นเรื่องทรผม รวมถึง  ซีเนดีน ซีดาน  เพราะมีเทคนิคฟุตบอลยอดเยี่ยมและลีลาที่น่าตื่นตาตื่นใจในสนาม

- ขณะที่ต้นแบบลูกหนังในการเล่นกองหลังของเขาคือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ นอกจากแข็งแกร่งแล้ว ยังเล่นฟุตบอลฉลาด ส่วนปัจจุบันคือ เซร์คิโอ รามอส