เรคแทงกูลาร์ สเตเดี้ยม สังเวียนสุดท้ายช้างศึก!

4 ก.ย. 2017 19:50:00

2 months ago

ใช้งบก่อสร้างกว่า 7 พันล้านบาท , จุแฟนบอลได้เป็นอันดับต้นๆของเอลีก และยังเป็นรังเหย้าของสองทีมดังแห่งเมลเบิร์น รู้จักกับ เรคแทงกูลาร์ สเตเดี้ยม สังเวียนสุดท้ายช้างศึก พบ ออสเตรเลีย
Picture

ปัจจุบัน ทีมชาติไทย เดินทางถึงเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังมีโปรแกรมทำการแข่งขันนัดสุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่ เรคแทงกูลาร์ สเตเดี้ยม ขณะที่สนามแห่งนี้มีความเป็นมาอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

เรคแทงกูลาร์ สเตเดี้ยม ตั้งอยู่ที่เมืองเมลเบิร์น รัฐวิตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย มีเจ้าของคือ รัฐบาล รัฐวิตอเรีย เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปี 2007 ก่อนแล้วเสร็จในปี 2010 กระทั่งเปิดใช้งานในวันที่ 7 พฤษภาคม ในปีดังกล่าว ด้วยงบประมาณก่อสร้างถึง 268 ล้าน ดอลลาร์ ออสเตรเลีย หรือ 7 พันกว่าล้านบาท ตอกย้ำได้ดีว่านี่เป็นสนามที่ทันสมัยและยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของที่นี่

ขณะเดียวกัน เรคแทงกูลาร์ สเตเดี้ยม ยังเป็นรังเหย้าของสองสโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่งเมืองอย่าง เมลเบิร์น วิคตอรี่ และ เมลเบิร์น เอฟซี ซึ่งมีความจุสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของเอลีก ลีกฟุตบอลสูงสุดออสเตรเลีย ด้วยจำนวน 30,050 ที่นั่ง มีขนาดสนาม 136 × 85 เมตร และพื้นสนามเป็นแบบ StaLok Turf  หรือ หญ้าจริงเสริมรากเทียม

ก่อนหน้านี้ เรคแทงกูลาร์ สเตเดี้ยม เพิ่งถูกจัดให้แข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติ กับรายการที่ยิ่งใหญี่ที่สุดแห่งเอเชีย อย่าง เอเชียนคัพ รอบสุดท้าย ปี 2015 ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นเจ้าภาพ โดยตลอดทัวร์นาเมนนต์ สนามแห่งนี้ถูกใช้งานถึง 7 นัด หนึ่งในนั้นคือรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ ทีมชาติเกาหลีใต้ ชนะ ทีมชาติอุซเบกิสถาน 2-0 รวมถึงยังเป็นหนึ่งในรังเหย้าที่ ทีมชาติออสเตรเลีย เลือกใช้ โดยเกมล่าสุดคือการเสมอ ทีมชาติญี่ปุ่น 1-1 ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 4

นอกเหนือจากเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมแล้ว เรคแทงกูลาร์ สเตเดี้ยม ยังถูกออกแบบเพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬารักบี้เช่นกัน โดยจุแฟนๆได้ 29,500 คน เคยจัดแข่งขันในรายการสำคัญๆอย่าง รักบี้ ลีก สี่เส้า  (Rugby League Four Nations) มาแล้วในปี 2010 และ 2014 และในปี 2017 นี้จะใช้ทำการแข่งขัน รักบี้ ลีก เวิลด์ คัพ (Rugby League World Cup) อีกด้วย

ส่วนผลการแข่งขันวันที่ 5 กันยายนนี้ จะเป็นเจ้าถิ่น ทีมชาติออสเตรเลีย หรือ ทีมชาติไทย ที่สมหวัง ต้องติดตาม