ก่อนจะเป็นช้างศึก : สุพจน์ จดจำ

3 ต.ค. 2017 17:58:06

2 months ago

หนึ่งเดียวจากลีกรองแห่งทัพช้างศึก มีเส้นทางชีวิตส่วนตัวและการค้าแข้งที่น่าสนใจ เขาเป็นใครมาจากไหน ติดตามได้ที่นี่
Picture

มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ยังสร้างความตื่นตัวให้ผู้เล่นชาวไทยในทุกระดับ เมื่อยังเปิดโอกาสให้เหล่าแข้งหน้าใหม่ที่ทำผลงานได้ดี เข้ามามีส่วนร่วมในทีมต่อเนื่อง ล่าสุด สุพจน์ จดจำ กองหน้าจาก กระบี่ เอฟซี เป็นผู้เล่นหนึ่งเดียวจากเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) หรือ ลีกรองของเมืองไทย ที่มีชื่อเป็น 25 ขุนพล ในเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดสุดท้ายของปีนี้ ที่เตรียมพบกับ ทีมชาติเมียนมา และ ทีมชาติเคนยา

กองหน้าวัย 27 ปี รายนี้ นับว่ามีทั้งชีวิตส่วนตัวและเส้นทางค้าแข้งที่น่าสนใจ โดยมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนไปเติบโตที่จังหวัดขอนแก่น ท่ามกลางความสนุกสนานกับสิ่งที่รักอย่างฟุตบอล ซึ่งเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ เจ้าตัวกลับเผชิญเรื่องที่ไม่คาดฝันเช่นกัน เมื่อในวัยเพียงแค่ 8 ขวบ เขาต้องเสียคุณแม่ไปแบบไม่มีวันกลับ ขณะที่คุณพ่อ ที่หย่าร้างกับคุณแม่ก่อนหน้านี้ ก็หนีไปบวช ทำให้ต้องไปอาศัยอยู่กับคุณลุงและคุณป้าตั้งแต่เด็กๆ

แม้ชีวิตขณะนั้น สุพจน์ จะเป็นเหมือนเด็กกำพร้า ด้วยโชคชะตาที่เล่นตลกหรืออะไรก็ตามแต่ ทว่าสิ่งหนึ่งที่ยังอยู่กับเขาคือ ฟุตบอล ก่อนเอาจริงเอาจัง ตั้งแต่มัธยธมศึกษาปีที่ 1 เริ่มจากเข้าไปเป็นนักกีฬาทีมโรงเรียนศรีกระนวน  มีโอกาสตระเวนแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆทั้งเล็กและใหญ่ ทั่วจังหวัดขอนแก่น กระทั่งเข้าศึกษาต่อที่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ที่นั่นถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อขณะที่ศึกษาอยู่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย เขามีโอกาสฝึกซ้อมกับทีมฟุตบอลระดับอาชีพครั้งแรกอย่าง ขอนแก่น เอฟซี  แม้ไม่ได้รับการเซ็นสัญญา แต่ก็ได้ย้ายไปอยู่กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี หลังทำผลงานได้เข้าตา ระหว่างที่ กระต่ายแก้ว ที่นำมาโดย ฮานส์ อาร์ เอ็มเซอร์ เดินทางมาเปิดอคาเดมี่

 สุพจน์ ตัดสินใจลาออกจาก วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ทันที เพื่อเลือกมุ่งหน้าสู่เส้นทางค้าแข้งเต็มตัว ทว่าทุกอย่างก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อปีแรกกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี เขาทำได้เพียงร่วมฝึกซ้อมกับทีมอคาเดมี่เท่านั้น แม้ต่อมามีโอกาสขึ้นไปร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้สัมผัสสนามให้ทีมแม้แต่เกมเดียว

 ก่อนที่เลกสอง ของฤดูกาล 2011 จะถูก ขอนแก่น เอฟซี ยืมตัวไปใช้งาน แม้ไม่สามารถช่วยทีมรอดตกชั้นจากโตโยต้า ไทยลีก หรือ ลีกสูงสุด ได้ แต่บอร์ดบริหาร เดอะ ทีเร็กซ์ ก็ตัดสินใจคว้าตัวมาร่วมทัพถาวร และค้าแข้งอยู่กับทีมถึง 3 ปีครึ่ง จากนั้นต้องการความท้าทายใหม่ๆ จึงเลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับทีม

 สุพจน์ เดินทางไปคัดตัวกับทีมร่วมโซนอีสานอย่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ท่ามกลางความเสี่ยง เมื่อฝึกซ้อมอยู่หลายเดือน แม้ไม่ได้รับการเซ็นสัญญาเสียที แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้และยังเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ก่อนที่ช่วงปรีซีซั่นจากการที่ผู้เล่นในทีมได้รับบาดเจ็บ ก็ทำให้เขาถูกเซ็นสัญญาในที่สุด

อย่างไรก็ตามระหว่างค้าแข้งกับ สวาทแคท สถานะของ สุพจน์ ไม่ใช่ผู้เล่นตัวหลัก แม้มีส่วนช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่โตโยต้า ไทยลีก หรือ ลีกสูงสุด ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อฤดูกาล 2014 แต่จากนั้นก็อยู่กับทีมได้เพียงเลกเดียว ก่อนที่เลกสองจะถูก บีบีซียู เอฟซี ยืมตัวไปใช้งาน แต่ก็ยังทำผลงานได้ไม่ดีกระทั่งกลายเป็นแข้งฟรีเอเย่นต์ เมื่อทั้ง เดอะ บิ๊กแบง และต้นสังกัดที่แท้จริง สวาทแคท ไม่ได้ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้เขาอยู่กับทีมต่อไป

 จากเด็กหนุ่มที่เติบโตในแถบใจกลางภาคอีสาน ต้องระหกระเห็จลงใต้เมื่อ สุพจน์ ตัดสินใจไปคัดตัวกับ กระบี่ เอฟซี ก่อนทำผลงานเข้าตา สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสร แม้ถูกเซ็นสัญญาในทันที แต่จากการที่ลีกเปิดไปแล้ว ทำให้ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับเขา ก่อนถูกส่งไปให้ สุราษฎร์ธานี ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งาน และที่แห่งนี้เหมือนทำให้เขาได้ “เกิดใหม่”  เมื่อกระหน่ำไปถึง 15  ประตู ทั้งในรอบโซนภาคใต้และแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ชวดเลื่อนชั้นสู่ลีกพระรอง เนื่องจากพลาดในการจับสลาก

 ก่อนที่เวลานี้ สุพจน์ จะกลับมาอยู่กับ กระบี่ เอฟซี และด้วยผลงานที่ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ทำให้ โซรัน ยานโควิช ผู้ช่วยของ มิโลวาน ราเยวัช ต้องเดินทางไปดูฟอร์มถึงจังหวัดกระบี่ โดยเจ้าตัวยิงคนเดียว 2 ประตูในเกมเปิดบ้านเสมอกับ สมุทรสงคราม เอฟซี 2-2 กระทั่งถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในวัย 27 ปี นับเป็นผู้เล่นคนเดียวของทีมชุดนี้ที่มาจากลีกรอง

 ปัจจุบันนอกจากนำเป็นดาวซัลโซสูงสุดของศึก เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) ร่วมกับ โจนาธาน เรส กองหน้าเกษตรศาสตร์ เอฟซี ที่ 23 ประตูแล้ว “บอย” ยังถือเป็นผู้เล่นไทยเพียงรายเดียวที่ขณะนี้ยิงเกิน 20 ประตูด้วย

 “เซอร์ไพรส์มากครับ” สุพจน์ กล่าวถึงติดทีมชาติไทยครั้งนี้

 “แน่นอนว่านี่เป็นความฝันของนักฟุตบอลทุกคน ส่วนตัวผมดีใจมากๆ แม้จะมีสตาฟฟ์มาดูเราเล่นถึงกระบี่ แต่ในใจก็ไม่คิดว่าเราจะติด เพราะเกมนั้นผลงานโดยรวมก็ไม่ได้ดีมาก อีกอย่างเราไม่ได้เล่นอยู่ในไทยลีก ก็คิดว่าเป็นแค่กระแสเฉยๆหรือเปล่า”

 “มีผู้เล่นกี่พัน กี่หมื่น คนไม่รู้ที่อยากได้โอกาสแบบนี้ ในเมื่อผมได้มา สิ่งแรกที่ผมบอกได้คือผมจะทุ่มสุดตัวและเกินร้อยแน่นอน อีกอย่างผมคิดว่าถ้าผมทำผลงานได้ดี มันก็เหมือนเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้เล่นในลีกรองหรือลีกล่างๆคนอื่นด้วย”

 “สุดท้ายต้องขอบคุณโค้ชจริงๆที่ให้โอกาสครั้งนี้สำหรับผม ผมจะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เรียนรู้และทำงานให้หนักที่สุด ถ้ามีโอกาสผมจะช่วยทีมเต็มที่ครับ และผมดีใจจริงๆที่มายืนตรงจุดนี้” กองหน้าวัย 27 ปี ซึ่งอยู่กับ ทีมชาติไทย ที่ประเทศเมียนมา ปิดท้าย