พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง : "M-150 คัพ คือก้าวแรกของทีมชาติไทยสู่เวทีโลก"

13 พ.ย. 2017 12:28:00

1 week ago

สัมภาษณ์พิเศษนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถึงรายการ M-150 คัพ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคมนี้
Picture

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปีนี้ บรรดาแข้งไทยพาเหรดไปเล่นยังลีกชั้นนำของทวีปอย่างญี่ปุ่นมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่กำลังสร้างชื่อกับ คอนซาโดเล ซัปโปโร, สิทธิโชค ภาโส กับ คาโงชิมา ยูไนเต็ด และ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ กับทีมเอฟซี โตเกียว รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แม้จะเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการต่อยอดสู่ระดับโลกในอนาคต

ซึ่ง ณ ตอนนี้ คำถามก็คือว่า จะทำอย่างไรให้นักเตะไทยถูกส่งออกอย่างต่อเนื่อง?

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงได้จับมือกับ บริษัท โอสถสภา จำกัด จัดทัวร์นาเม้นต์ M-150 คัพ ขึ้น เพื่อหวังจะเป็นบันไดขั้นแรกในการพัฒนานักเตะให้ก้าวไปสู่จุดนั้น

และนี่คือความในใจของ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง หัวเรือใหญ่ฟุตบอลไทย ที่จะมาให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ว่าทำไมฟุตบอลรายการนี้ถึงได้ตอบโจทย์ดังกล่าว

ความสำคัญเป็นรองแค่คิงส์คัพ

“แม้ M-150 คัพ จะมีการจัดขึ้นปีนี้เป็นปีแรก แต่ก็ถือว่าเป็นรายการแข่งขันที่สำคัญของไทยรองลงมาจากถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ เพราะรายการนี้เปิดโอกาสให้นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้เจอกับทีมที่มีมาตรฐานสูงอย่าง ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับตัวเองให้สูงขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะก้าวไปสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ถือว่าถ้วย M-150 คัพ คือการวางรากฐานสู่อนาคตเลยก็ว่าได้"

"และจากรายชื่อประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล M-150 คัพ จะเห็นว่าทีมต่างๆ ที่เข้าร่วมนั้นคล้ายคลึงกับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เราอยู่ร่วมสายกับแชมป์เก่าอย่าง ญี่ปุ่น, เกาหลีเหนือ แชมป์ 3 สมัย และ ปาเลสไตน์ เพราะฉะนั้นการที่เราได้มีโอกาสแข่งขันกับทีมเดียวกัน ก็เหมือนกับเป็นการเตรียมทีมไปในตัว ว่าพอไปถึงทัวร์นาเม้นต์จริงแล้ว ถ้าเราสามารถต่อกรได้ ก็ถือว่ามีการพัฒนาขึ้น หรืออย่างน้อยเราก็ได้ประสบการณ์ที่จะนำมาเรียนรู้และแก้ไข เพื่อรอเวลาที่จะต้องไปเจออีกในภายภาคหน้า”

สาเหตุที่ไปจัดต่างจังหวัด

"สมาคมฯ มีนโยบายที่จะจัดการแข่งขันฟุตบอลกีฬาฟุตบอลกระจายไปในภูมิภาค เพื่อสร้างกระแสฟุตบอลให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ใช่แค่สนาม ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ที่เราใช้เป็นเวทีการแข่งขันในครั้งนี้เท่านั้นนะครับ ในอนาคตข้างหน้าเราอาจหมุนเวียนไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีความพร้อม ที่มีความสมบูรณ์ของสนาม และเป็นที่ยอมรับ”

“ถือเป็นก้าวหนึ่งในการกระตุ้นให้สโมสรหรือเจ้าของสนามต่างๆ พัฒนาสนามให้อยู่ในมาตรฐานของระดับเอเชีย เพราะในวันข้างหน้า ถ้าเราจะพัฒนาฟุตบอลบ้านเราไปยังระดับนั้น มาตรฐานของคลับ ไลเซนซิง มันก็จะสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของสนามก็ดี ไฟส่องสว่างก็ดี จำนวนที่นั่งของผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันก็ดี มันเป็นส่วนประกอบและเงื่อนไขที่ทางเอเอฟซีกำหนดไว้ ผมคิดว่าถ้าวันข้างหน้าประเทศไทยเราอยากเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เอเชียน คัพ หรือฟุตบอลโลก เราก็ต้องจัดเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่อรองรับให้ได้"

การเตรียมทีม

"จากการทำงานร่วมกันระหว่างสต๊าฟฟ์โค้ชของทีมชาติชุด U23 กับฝ่ายเทคนิคคือคุณ วิทยา เลาหกุล เราได้มอบนโยบายว่าให้สรรหานักเตะหน้าใหม่ที่มีความสามารถสูงๆ เพื่อนำมาต่อยอดอีกที ตรงนี้มันเป็นนโยบายของสมาคมฯ มาโดยตลอดครับว่า อยากให้มีการพัฒนานักกีฬาทีมชาติทุกรุ่นทุกอายุ ชุดเล็กถูกต่อยอดไปยังชุดกลาง ชุดกลางถูกต่อยอดไปยังชุดใหญ่ ให้พัฒนานักเตะไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อที่ว่าจะได้เกิดความต่อเนื่อง ไม่เกิดความสับสนในรูปแบบการฝึกซ้อมหรือรูปแบบการเล่น ทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากกว่าการที่มีโค้ชทำทีมคนละสไตล์กัน นี่คือเหตุผลที่ดึง โซรัน ยานโควิช ซึ่งเป็นผู้ช่วยของ มิโลวาน ราเยวัช มาเป็นเฮดโค้ชชุดนี้ ก็เพราะต้องการเชื่อมประสานระหว่าง เอคโคโน กับทีมชาติชุดใหญ่"

จุดแข็ง-จุดอ่อน

"นักเตะ U23 ชุดนี้ เท่าที่พูดคุยกับโค้ช เท่าที่คุยกับประธานเทคนิค ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องประสบการณ์ของนักฟุตบอล เวลาเล่นในระดับสโมสรก็เป็นแบบหนึ่ง แต่เวลาเล่นในระดับอาเซียนก็ต้องเจอกับทีมอีกระดับหนึ่ง ซึ่งมีความยากง่ายต่างกัน ยิ่งไปเจอกับระดับเอเชีย ก็ยิ่งหนักขึ้น มีความยากมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราต้องการเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก เราก็ต้องเตรียมการกันยาวนาน นักกีฬาก็ต้องทุ่มเทกว่าปกติ เพราะการก้าวสู่ระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่แค่คิด แต่เราต้องทำ และต้องทำให้สำเร็จด้วย"

ช้างศึกชุดนี้ กับเวทีระดับโลก

"นักเตะไทยเท่าที่ได้คุยกับผู้ฝึกสอน หลายคนมีความสามารถเพียงพอที่จะไปเล่นต่างแดน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่านักเตะเหล่านั้นจะสร้างโอกาสให้ตัวเองมากน้อยแค่ไหน เพราะการที่นักเตะจะถูกดึงไปเล่นยังต่างประเทศได้ มันจะต้องมีการฝึกฝนให้มากกว่าปกติ และที่สำคัญก็คือ ต้องสร้างผลงานออกมาให้ได้บนเวทีระดับนานาชาติ สมาคมฯ ยินดีที่จะให้การสนับสนุนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเตะทีมไหน อายุเท่าไหร่ ถ้ามีโอกาส สมาคมฯก็พร้อมผลักดันเพื่อให้เขามีประสบการณ์ มีความเป็นมืออาชีพ และเปลี่ยนทัศนคติหรือความคิดกับการเล่นฟุตบอล เพราะการเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดีได้นั้นจะต้องรู้ว่าควรมีทัศนคติหรือวิธีคิดแบบไหน การจะก้าวไปสู่ความเป็นเลิศจะต้องทำตัวอย่างไร มันไม่ง่ายนะครับที่นักกีฬาทุกคนจะทำได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีซูเปอร์สตาร์เกิดขึ้นในโลกนี้"

เป้าหมายใน M-150 คัพ

"เป้าหมายในการแข่งขันชิงถ้วย M-150 คัพ ลึกๆ ก็อยากจะได้ถ้วยนั้นอยู่ในความครอบครองของทีมชาติไทย เพราะมันเป็นการแข่งขันครั้งแรก แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราคาดหวังจริงๆ จากทัวร์นาเม้นต์ในลักษณะอย่างนี้ก็คือเรื่องของประสบการณ์ เพื่อบอกตัวเองได้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งของเราคืออะไร อะไรคือสิ่งที่เราต้องพัฒนา อะไรคือสิ่งที่เราได้รับ"

"ก็ขอขอบคุณ ผู้บริหาร M-150 ที่ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์นี้ขึ้นมา ก็ถือว่าท่านก็เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการพัฒนาวงการฟุตบอล เพราะมันคือการสร้างประสบการณ์และพัฒนากีฬาฟุตบอลไทย ก็ฝากถึงแฟนบอลชาวไทยด้วยนะครับ สำหรับทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะลงแข่งขันในฟุตบอลรายการ M-150 คัพ เสียงเชียร์หรือผู้เล่นคนที่ 12 ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักฟุตบอล กำลังใจไม่ว่าที่ขอบสนามหรือที่บ้าน จะเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะสร้างสรรค์ผลงานและชื่อเสียงให้กับประเทศ สักวันหนึ่งเราอาจจะเห็นนักกีฬาชุดนี้พาทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกก็เป็นได้ ผมขอฝากด้วยครับ"