ศิวกร ภูอุดม กล่าวถึงการเดินทางไปอบรมผู้ตัดสิน ณ ประเทศตุรกี

1 ก.พ. 2018 18:41:40

9 months ago

ผู้ตัดสินระดับ FIFA Elite กล่าวถึงการอบรมโครงการ AFC President’s Initiatives: Expert Pool
Picture

ศิวกร ภูอุดม ผู้ตัดสินระดับ FIFA Elite ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึง การเดินทางมาอบรมโครงการ AFC President’s Initiatives: Expert Pool ที่เมือง อัลตัลยา ประเทศตุรกี

โดย 36 ผู้ตัดสินของไทย ได้เดินทางมาเก็บตัวที่ประเทศตุรกีตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม และจะเก็บตัวอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 นี้

"ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมประทับใจมาก กับการเดินทางมาอบรมในครั้งนี้ ทุกอย่างมันเหนือความคาดหมาย เพราะสถานที่แห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมเพรียง ทั้งในเรื่องของอาหาร, ฟิตเนส, ที่พัก, สระว่ายน้ำ ซึ่งมันเป็นสถานที่สำหรับฟุตบอลจริงๆ" ศิวกร กล่าวเริ่ม

"ส่วนเรื่องสภาพอากาศที่นี่ ค่อนข้างจะเย็นกว่าเมืองไทย แต่ที่นี่อากาศดีมาก ทำให้เราสามารถฝึกซ้อมได้เกินขีดจำกัด ที่เราเคยทำได้"

"การมาครั้งนี้ทำให้พัฒนาขึ้นมาทั้งเรื่องร่างกาย ซึ่งไม่ใช่แค่ผม เพราะทุกคนต่างมีตัวเลขที่ดีขึ้น เพราะการฝึกซ้อมที่หนักมาก เราต้องฝึกซ้อมตลอดช่วงเช้าและช่วงเย็น นอกจากนี้เรื่องเทคนิค เราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งเรื่องของระบบใหม่อย่าง AAR (Additional Assistant Referee) หรือระบบที่มีผู้ตัดสินที่ 5 และ 6 เพิ่มขึ้นมา ซึ่งเราอาจจะนำมาใช้ในฟุตบอลลีกไทยในฤดูกาล 2018 การได้เรียนรู้ ทำให้เราพร้อมว่าหากต้องใช้งานขึ้นมาจริงๆ เราก็พร้อมที่จะรับหน้าที่"

"เรื่องต่อมาคือทัศนคติ อย่างที่เข้าใจว่านี่คือครั้งแรกที่ผู้ตัดสินได้มีการอบรมอย่างจริงจังเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินในฤดูกาลใหม่ มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ทุกคนต่างเข้าใจว่าทุกสโมสร แฟนบอลทุกคนต่างคาดหวังสูง ทางผู้ตัดสินเองก็พร้อมที่จะสนับสนุน และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ทุกอย่างถูกต้อง"

"นอกจากนี้เรายังได้ประสบการณ์ที่เงินก็ซื้อไม่ได้ อย่างการได้ตัดสินทีมระดับที่เล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อาทิ ลูโดโกเรตส์ หรือ รูบิน คาซาน และอย่างที่ทราบ ว่าเกมฟุตบอลที่นี่ เล่นกันค่อนข้างหนัก และมีการปะทะตลอดเวลา มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า การปะทะแบบไหนคือฟาวล์ หรือ ไม่ฟาวล์ และผู้ตัดสินควรทำอย่างไรให้เกมลื่นไหล สนุกและเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราจะนำประสบการณ์ตรงนี้ไปปรับใช้กับฟุตบอลไทย"

"การมาอบรมครั้งนี้ มันสร้างแรงบันดาลใจมากมาย ทำให้เรารู้แล้วว่าการถูกเลือกมา เราต้องทำผลงานให้ดี เรากำลังเป็นผู้ตัดสินอาชีพแบบเต็มตัว และต้องตระหนักว่าเราดีพอหรือไม่ ทุกสโมสรต่างพยายามเตรียมทีมให้ดีที่สุด เราเองก็ต้องยกระดับผู้ตัดสินขึ้นมา ส่วนผู้ตัดสินที่ไม่ได้มา ก็ต้องการที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นเพื่อในโอกาสถัดไป จะได้ถูกรับเลือกให้มาอบรมในครั้งนี้ เพราะอย่างที่ทราบการเลือกของสมาคมฯ จะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแน่นอน ผมเองก็ต้องการเห็นผู้ตัดสินทุกคนพัฒนาขึ้นมา และเชื่อว่าผู้ตัดสินทุกคนเองต่างก็ต้องการแก้ไขจุดอ่อนและยกระดับมาทำหน้าที่ในเกมระดับสูง"

"ผมเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่การันตีได้คือ ผู้ตัดสินทุกคนจะมีเทคนิคดีขึ้น เข้าใจฟุตบอลมากขึ้น สมรรถภาพร่างการพัฒนาขึ้น การเคลื่อนที่ในสนามทุกจังหวะ จะเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจนมากกว่าเดิม รู้จักเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการแข่งขัน อ่านการเล่นว่าแต่ละสโมสรมีสไตล์การเล่นอย่างไร และสุดท้ายจะส่งผลต่อการตัดสินใจในแต่ละเหตุการณ์โดยมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น"