นายกสมาคมฯ กล่าวถึงการแข่งขันรายการ FA Thailand Youth Festival 2018

10 มี.ค. 2018 12:32:56

2 months ago

นายกสมาคมฯ กล่าวถึงการจัด FA Thailand Youth Festival 2018 ภายใต้โครงการ Thailand's Way
Picture

พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจัดโครงการ FA Thailand Youth Festival 2018 : Thailand's Way Project ที่มีขึ้น ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

กิจกรรมดังกล่าวคือการจัดการแข่งขันฟุตบอลสำหรับเด็กรุ่นอายุไม่เกิน 10-12 ปี โดยเปิดรับสมัครทีมจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน

พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า "นโยบายของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เราให้ความสำคัญในการพัฒนากีฬาฟุตบอลระดับรากหญ้า ถ้าเราเห็นความสำคัญของเยาวชน นักฟุตบอลต้องฝึกฝนตั้งแต่อายุน้อยๆ อย่างเช่นบางสโมสรเริ่มตั้งแต่อายุ 8 ขวบ"

"เราจัดการแข่งขัน FA Thailand Youth Festival เราใช้เด็กที่อายุไม่เกิน 10-12 ปี เพราะว่าเราต้องการให้เด็กเหล่านี้มีพื้่นทีในการแสดงออกและแข่งขัน สมาคมฯ จึงจัดการแข่งขันนี้่ขึ้นมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 160 ทีม ไม่น่าเชือว่ามีเยาวชนไทยสนใจเข้าร่วมแข่งขันมากขนาดนี้"

"เขาไม่มีพื้นที่และเวทีที่จะเล่น แต่นับแต่นี้ต่อไป สมาคมฯ จะให้ความสำคัญกับเยาวชน เพื่อให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสเรียนรู้ และพัฒนาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ นักฟุตบอลทีมชาติในอนาคต นั่นหมายความว่าเขาจะมีอาชีพ รายได้ และที่สำคัญหากเขาได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เขาจะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง วงศ์ตระกูล และก็สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติในอนาคต"

"นอกจากจะเป็นเวทีให้เด็กแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก และผมก็มองหาโอกาสที่จะชวน และขอร้องสโมสร หรือ นักฟุตบอล มาสร้างแรงบันดาลใจกับเด็กๆ เพราะหากเขาได้ถ่ายรูป หรือใกล้ชิดก็จะเป็นแรงบันดาลใจ และทำให้เขาอยากพัฒนาขึ้นมาและเป็นนักกีฬาอาชีพและทีมชาติในอนาคต"

"สมาคมฯ ทำสัญญากับ บริษัท เอคโคโน ให้เขามาพัฒนา สร้างรากฐานฟุตบอลรากหญ้ากับเด็ก แต่ปีที่ผ่านมา เราไม่มีสถานที่ เรามีข้อจำกัด ทำให้เขาทำหน้าที่เป็นโค้ชทีมชาติ แต่ ตอนนี้เรามีศูนย์ฝึกฟุตบอล ก็ให้เขาทำหน้าที่พัฒนาเด็ก และวางโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต"

"นอกจากเด็กที่ได้ประโยชน์แล้ว เหล่าโค้ชก็จะได้รับการฝึกสอน การถ่ายทอดจากโค้ชของสมาคมฯ หากเรามีโครงการเหล่านี้บ่อยๆ ทำให้เกิดการแข่งขัน ทำให้ฟุตบอลเป็นครอบครัวในอนาคต มีพ่อแม่มาเชียร์ เด็กไม่ติดเกม ห่างไกลจากอบายมุขต่างๆ"

"ผมทำงานหน้าที่อะไร ผมทุ่มเทเต็มที่และทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด แม้ผมจะไม่ใช่คนในวงการฟุตบอล แต่ผมรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้ฟุตบอลมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ผมไปดูงานต่างประเทศก็พยายามเอาแนวคิดเขามา ผมไปญี่ปุ่นมาและเห็นบรรยากาศที่ศูนย์ฝึก ก็อยากให้บรรยากาศเหล่านั้นเกิดขึ้นที่ประเทศไทยบ้าง"

"ผมภูมิใจในทุกสิ่งที่ผมทำ เพราะผมคิดแล้วลงมือทำ มันจับต้องได้ มันแตกต่างจากคนที่พูดหรือคิดแต่ไม่ทำ เราไม่ได้มองแค่วันนี้ แต่เรามองอนาคต ผมไม่คิดว่าทำวันนี้จะเสร็จปีหน้า ผมหวังว่าอีกสิบปีข้างหน้า ในวันที่ผมไม่ได้อยู่เป็นนายกสมาคมฯแล้ว แต่ผมก็ยังภูมิใจที่เห็นการพัฒนา"

"โครงการต่อไป ผมก็วางแผนว่าจะนำเอากีฬาฟุตบอลไปช่วยแก้ไขปัญหาความมั่นคงในภาคใต้ ใน 5 จังหวัด เอากีฬาฟุตบอลไปแก้ไขปัญหา เพื่อความสงบสุข ความสามัคคี ปรองดอง เพราะผมได้ยินได้ฟังว่า ในภาคใต้ถ้ามีฟุตบอลแข่งจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เพราะฉะนั้นหากมีทุกวันก็จะทำให้คนภาคใต้มีความสุข สร้างความสุขให้ทุกคนตรงนั้น มีเงินรางวัล มีถ้วย ผมภูมิใจเสมอในสิ่งที่ผมทำ ผมจะไม่พูดอย่างเดียว แต่ให้คนอื่นๆเห็น"