หนึ่งในเบื้องหลัง : รู้จักทีมงานกองหนุน "ชบาแก้ว" ในศึกชิงแชมป์เอเชีย

25 เม.ย. 2018 16:54:00

4 weeks ago

สัมภาษณ์ 3 เจ้าหน้าที่จากสมาคมฯ กับการปฏิบัติหน้าที่ในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชียที่ผ่านมา
Picture

ประเด็นสำคัญ

  • ก่อนที่ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชียจะเริ่มต้นขึ้น ทีมงานได้มีการเตรียมการเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน ทั้งในและนอกสนาม
  • ซึ่งนอกจากการวางแผนฝึกซ้อมและการเล่นแล้ว การวางแผนการเดินทาง และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีความสำคัญไม่น้อย
  • ด้วยสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ รวมถึงภาษาและอาหาร ทำให้ต้องเจอกับความท้าทายในทุกวัน แม้แต่ในวันที่ไม่มีการแข่งขัน

อันดับ 4 ในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย นับเป็นผลงานดีที่สุดของนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยในรอบ 4 ปี และช่วยให้พวกเธอผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

แน่นอนว่าการเตรียมทีมต่อเนื่องของทัพ “ชบาแก้ว” นับตั้งแต่ผ่านเข้ามาเป็น 8 ทีมสุดท้ายของรายการชิงแชมป์ทวีป คือส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเธอประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันสิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง ช่วยให้งานเบื้องหน้าสู่สาธารณะออกมาราบรื่นที่สุด

“ทัวร์นาเมนต์นี้ ทางสมาคมฯได้เตรียมการไว้ตั้งแต่ไปแข่งรอบคัดเลือกที่ปาเลสไตน์เมื่อปีที่ก่อน และเมื่อรู้ว่าทีมได้เข้ารอบสุดท้ายมาแข่งที่จอร์แดน เราก็ทำการประสานงานไว้ล่วงหน้าก่อนแข่ง 2-3 เดือน ซึ่งถือว่านานเหมือนกัน” รัมภา วราวีรกุล หัวหน้าฝ่ายฟุตบอลหญิง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าว

“เริ่มแรกเลยคือการลงทะเบียนนักเตะ โดยทางเอเอฟซีจะเปิดให้ลงทะเบียน 2 รอบ รอบแรกจะใส่ชื่อได้ไม่เกิน 50 คน ส่วนรอบที่ 2 จะตัดตัวให้เหลือ 23 คนสุดท้าย”

“เอเอฟซีจะกำหนดเส้นตายมา เช่นเดียวกับในส่วนของวีซ่าที่จะจ้องออกให้กับเจ้าหน้าที่ทีมและสมาคมฯ รวมถึงสื่อที่อยากจะเดินทางไปกับทีม”

“เราจะมีการแจ้งกำหนดเส้นตายการส่งให้แก่ทีมเผื่อไว้ประมาณ 3-4 วัน หรือ 1 สัปดาห์ เพื่อที่ทางสมาคมฯจะได้ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ก่อนจะส่งให้กับเอเอฟซี”

“ในส่วนของการเตรียมงาน นอกจากการยื่นเรื่องวีซ่าและการลงทะเบียนนักกีฬาแล้ว ยังมีการประสานงานกับทางเอเอฟซีอีก ทั้งในเรื่องของ ตั๋วเครื่องบิน, ห้องพัก, รถรับส่งทั้งในไทยและจอร์แดน, ตารางกิจกรรมของทีมระหว่างที่อยู่ในจอร์แดน ไม่เว้นแม้กระทั่งการส่งข้อมูลด้านการแพทย์ของนักกีฬา รวมไปถึงชุดแข่งที่จะต้องได้รับการรับรองก่อน”

“เช่นเดียวกับการตั้งงบประมาณเพื่อเบิกกับทางการเงินของสมาคมฯ ซึ่งหนนี้ได้ทำล่วงหน้าไว้ 1 เดือน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าวีซ่า รวมถึงเงินทดรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินอย่าง ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร นอกจากนี้ยังมีในส่วนที่ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ ช่วยสำรองจ่ายให้อีกจำนวนหนึ่งด้วย”

 ความเป็นอยู่ภายในแคมป์

เนื่องจากเป็นรายการแข่งขันที่จะต้องลงเตะทุกๆ 3 วัน การฟื้นฟูร่างกายและทำให้นักเตะรู้สึกผ่อนคลายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทีมงานเบื้องหลังในการทำให้แน่ใจว่าบรรดาแข้ง “ชบาแก้ว” ได้เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อสภาพร่างกายและจิตใจของพวกเธอ

“เมื่อถึงที่พัก เราต้องดูแลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิเช่น ยิม สระว่ายน้ำ” รัมภา กล่าวต่อ

“โดยก่อนหน้านี้สมาคมฯ ได้ศึกษาพื้นที่โดยรอบที่พัก อาทิเช่น ร้านขายอุปกรณ์กีฬา ถ้าจำเป็นจะต้องใช้ เราก็จะซื้อจากตรงนั้น บริเวณใกล้เคียงกับโรงแรม เช่นเดียวกับร้านขายยา ห้างสรรพสินค้า ในกรณีที่นักกีฬาอยากผ่อนคลาย ส่วนในเรื่องอาหาร เราได้มีการประสานงานกับทางสถานทูตในการจัดเตรียมอาหารไทยให้กับทีมวันละ 1 มื้อ”

ขณะเดียวกัน จันทิมา แซ่เอียะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันและกิจกรรมของสมาคมฯ ก็ได้กล่าวเสริมว่า “ทางสมาคมฯได้มีเบี้ยเลี้ยง สำหรับเป็นค่าอาหารของนักกีฬา โดยจะมีการสั่งอาหารจากร้านอาหารไทยให้มาส่งที่โรงแรมและมีการออกไปรับประทานอาหารข้างนอกบ้าง นอกจากนี้ยังมีทาง คุณนวลพรรณ ล่ำซำ และทางสถานทูตที่ได้เชิญนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ฯ ไปร่วมรับประทานอาหารนอกสถานที่ด้วยเช่นกัน”

 “ก่อนมาที่นี่ เราได้จัดเตรียมเอกสารคู่มือการเดินทาง ตรวจสอบที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ รวมถึงสภาพอากาศเพื่อที่จะได้เตรียมชุดอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการจัดเตรียมพาหนะให้เป็นไปตามเวลาเดินทาง นอกจากนี้เรายังได้ติดต่อกับเลซองประจำทีมเพื่อขอความช่วยเหลือบางส่วนอย่างการหาสนามซ้อมที่ใกล้กับที่พักด้วย”

“เนื่องจากคนที่นี่พูดภาษาอารบิก ทำให้การสื่อสารบางอย่างค่อนข้างยาก เราก็จะแปลจากไทยเป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้เลซองแปลเป็นภาษาอารบิกอีกที นอกจากนี้ก็ยังมีทีมงานประจำทีมฟุตบอลหญิง ที่ช่วยประสานงานในด้านต่างๆ”

และจากการที่ลงแข่งในประเทศแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีสภาพอากาศที่รุนแรง ทำให้เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพรบกวนอยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ที่จะต้องดูแลนักเตะร่วมกับเจ้าหน้าที่ทีมด้วยเช่นกัน

“ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ตอนกลางวันจะร้อนมาก ส่วนกลางคิืนอากาศเย็น ทำให้นักกีฬาป่วยอยู่เสมอ ดังนั้นอีกหน้าที่ๆ จะต้องไปทำก็คือ พานักกีฬาไปโรงพยาบาล โดยไปกับแพทย์ประจำทีม บางวันก็รอจนถึงตี 4-5 แล้วค่อยกลับ” รัมภากล่าว

“ก็มีบางช่วงที่นักกีฬาต้องนอนโรงพยาบาลเลย ก็จะมีเจ้าหน้าที่สมาคมไปเฝ้าไข้ สลับกับเจ้าหน้าที่ทีมคนละวัน”

ขณะที่ บุษกร เอกพันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ก็ได้พูดถึงบทบาทของสื่อจากสมาคมฯในศึกชิงแชมป์เอเชียหนนี้ว่า “เราได้นำเสนอความเคลื่อนไหวของทีมตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงประเทศจอร์แดน ตั้งแต่ในเรื่องของสภาพความเป็นอยู่ การซ้อม การประชุมทีม ในวันที่มีการแข่งขันและไม่มีการแข่งขัน และเผยแพร่ข่าวสารของฟุตบอลหญิงออกไปในวงกว้าง ทั้งในรูปแบบของข่าวแจก รูปภาพ และวีดิโอ เพื่อรับรู้ถึงความสำคัญของรายการนี้”

“ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่สื่อของสมาคมฯ ก็ต้องมีความละเอียด และผ่านการตรวจคัดกรองในส่วนของตัวสะกดและการใช้คำที่ชัดเจน เพื่อเกิดความเข้าใจที่ตรงกันกับสารที่สมาคมฯพยายามจะสื่อออกไป”

“ซึ่งนอกจากหน้าที่หลักของตัวเองแล้ว พวกเราก็จะพยายามช่วยเหลือกันเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด”

วันแข่งขัน

ถึงแม้ว่าสาระสำคัญของวันแข่งขันอยู่ที่เกมในสนาม แต่ก็ยังมีรายละเอียดนอกสนามที่จะต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ทั้งในช่วงก่อน, ระหว่าง และหลังการแข่งขัน

“เริ่มจากวันก่อนหน้าวันที่จะมีแมตช์แข่งขัน จะมีการประชุมผู้จัดการทีมเพื่อทำความเข้าใจกับกฎ กติกาต่างๆ และสีชุดที่จะใช้ในการแข่งขันให้ตรงกันทุกฝ่าย” จันทิมากล่าว

“ส่วนหน้าที่ในแมตช์แข่งขัน เริ่มแรกต้องไปถึงหน้างานก่อน 3 ชั่วโมง ซึ่งจะมีทาง HB มาถ่ายในห้องแต่งตัวของทั้ง 2 ทีม เราก็ต้องไปล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในห้อง พร้อมกับตรวจสอบว่าน้ำ-ไฟใช้ได้หรือไม่ ถ้าเกิดมีปัญหาจะได้แก้ก่อนที่ทีมจะเดินทางถึง” รัมภา กล่าวเสริม

“และเมื่อทีมเดินทางมาถึง เราก็ต้องเช็คว่าน้ำแข็ง น้ำ เพียงพอสำหรับทีมหรือไม่ นอกจากนี้ หลังจบเกมก็ต้องประสานกับฝ่ายจัดการแข่งขันว่านักเตะที่จะเข้าตรวจโด๊ปคือใคร ซึ่งเราต้องรอจนกว่าจะตรวจเสร็จเพื่อรับตัวนักเตะกลับ”

“ในส่วนของสื่อ เราก็จะประสานงานกับเอเอฟซีในส่วนของการสัมภาษณ์นักเตะหรือโค้ชทีมชาติไทย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ถ่ายภาพ ทำฟุตเทจและคลีปวีดิโอ เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของทีมผ่านแฟนเพจของสมาคมฯ และส่งไปให้กับสื่อมวลชนที่ไม่ได้มาทำข่าวที่ประเทศจอร์แดนด้วยเช่นกัน” บุษกรเผย

“เรารู้สึกภูมิใจกับการที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่แบบนี้ หลายประเทศเองก็มีความฝันที่อยากจะไปฟุตบอลโลกเหมือนกัน และทีมไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น เราโชคดีที่มีส่วนในการเก็บภาพความทรงจำของทีมเอาไว้”

“เราได้เก็บความรู้สึกที่นักกีฬารู้สึกโล่งใจ ดีใจ ที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก บางคนก็ร้องไห้ คือหลากหลายอารมณ์ที่เราเก็บไว้ตรงนั้น ซึ่งมันเป็นภาพความประทับใจของนักเตะและเจ้าหน้าที่ทุกคน”

ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์

แน่นอนว่าการได้ไปฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และชื่อของโค้ชและนักเตะย่อมถูกจดจำในฐานะผู้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการฟุตบอลไทย อย่างไรก็ดี บรรดาเจ้าหน้าที่ทีมผู้อยู่เบื้องหลังทุกคนก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จดังกล่าวเช่นกัน

“ตอนที่รู้ว่าได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกก็รู้สึกภูมิใจมาก ที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมมาถึงจุดนี้ได้” รัมภา ที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลทีมมาตั้งแต่รอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชียกล่าว

“แมตช์ที่ทีมไทยเจอออสเตรเลีย นักเตะทุกคนเล่นได้ดีและน่าประทับใจมาก แม้จะแพ้แต่ก็แค่เสียดาย เพราะเขาก็ทำดีที่สุดแล้ว มันเหมือนกับว่าดวงมันไม่เข้าข้างแค่นั้นเองในเรื่องของจุดโทษ”

“เราพยายามทำให้ดีที่สุด มาตั้งแต่ต้นจนวันสุดท้ายที่ทีมเราประสบความสำเร็จ ทำให้รู้สึกว่าที่เราทำมาทั้งหมดมันทำให้ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาใดๆ ขณะที่ตัวเองก็รู้สึกตัวเราได้พัฒนาขึ้นมาอีกก้าวหนึ่ง”

ขณะที่ จันทิมา ก็ยอมรับว่าการได้มามีส่วนร่วมในศึกชิงแชมป์เอเชียหนนี้ ก็ทำให้ตัวเองมีประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาก “ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ใหญ่ในสมาคมทุกท่านและเจ้าหน้าที่ทีม ที่ไว้วางใจให้เรามาช่วยประสานงาน มาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในจุดนี้”

“ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นงานที่สำคัญมากงานหนึ่ง และหลายๆฝ่ายก็จับตามอง ทำให้รู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยประสานงานและช่วยดูแลทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยค่ะ”

 ส่วน บุษกร ที่ทำหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทีมชาติหญิงทุกชุดก็หวังจะพัฒนาตัวเองมากขึ้น หลังจากผ่านรายการแข่งขันระดับเอเชียอย่างรายการนี้ “ตั้งแต่มาทำงานที่สมาคมฯ ก็ได้ทำงานมาตั้งแต่ชุดเยาวชนจนถึงชุดใหญ่ ก็ขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน โดยเฉพาะนายกสมาคมฯ ที่ได้คอยอบรมสั่งสอนมาตลอด”

"ครั้งนี้คือความภาคภูมิใจในชีวิตครั้งหนึ่งมาก มีหลายคนที่อยากมาทำหน้าที่ตรงนี้ อยากมาเก็บภาพความประทับใจของนักฟุตบอลหรือว่าทำข่าว เพื่อนำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบ ก็ขอขอบคุณทุกคนในทีมที่ได้ช่วยเหลือเป็นอย่างดีจนสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ”

“การที่เราได้มีโอกาสไปฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส จะทำให้เรามีโอกาสพัฒนาตัวเองไปสู่อีกขั้นหนึ่ง ก็หวังว่าจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ในฐานะเจ้าหน้าที่สื่อ ขอขอบคุณทุกๆ คนอีกครั้งค่ะ”