สมาคมฯ เปิดตัวที่ทำการแห่งใหม่ ณ อาคาร 40 ปี กกท.

18 ก.พ. 2017 16:27:00

1 month ago

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดที่ทำการใหม่อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากประธาน AFC มาเป็นประธานในพิธีเปิด
Picture

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15.30 น. ณ อาคาร 40 ปี การกีฬาแห่งประเทศไทย บริเวณ หน้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการเปิดตัวที่ทำการสมาคมฯแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ

ภายในงานนี้ได้รับเกียรติจาก ชีค ซัลมาน บิน อิบรอฮีม อัล คอลีฟะฮ์ ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดกับ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยมีเหล่าตัวแทนจากสมาคมฟุตบอลประเทศต่างๆ จากทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน และประเทศอื่นๆในเอเชีย  พร้อมด้วยสภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬาฟุตบอล แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ตั้งอยู่ที่บริเวณ บริเวณหน้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน ข้างสนามเทนนิส เลขที่ 286 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 อีเมล์ : info@fathailand.org มีพื้นที่ใช้สอย 860 ตารางเมตร ได้มีการออกแบบและจัดวางอย่างเป็นสัดส่วนให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยอาคารจะมี 2 ชั้น ชั้นที่ 1 จะเป็นบริเวณห้องโถง ประกอบด้วย ห้องประชุมใหญ่ ห้องสื่อมวลชน และ ห้องร้านค้าของที่ระลึกทีมชาติ สำหรับบริเวณชั้นสอง จะแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกสำหรับ นายกสมาคม เลขาธิการ สำนักงานเลขาธิการ และห้องประชุมเล็ก สำหรับสภากรรมการ โซนที่สองประกอบด้วย ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายพัฒนาเทคนิคฯ ฯลฯ

พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวว่า “ผมต้องขอขอบคุณ ชีค ซัลมาน บิน อิบรอฮีม อัล คอลีฟะฮ์ ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย และคณะ ที่ให้เกียรติมาร่วมแสดงความยินดีในพิธีเปิด สำนักงาน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอขอบคุณในความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดี ที่ เอเอฟซี มีให้กับ สมาคมฯ มาโดยตลอด และจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต”

“เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นวันที่ผมได้รับความไว้วางใจและได้รับเกียรติจากสมาชิกสโมสรกีฬาฟุตบอล ลงคะแนนให้ผมเป็น “นายกสมาคมกีฬาฟุตบอล คนที่ 17” และวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ออกหนังสือรับรองตำแหน่ง “นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ สภากรรมการ” ให้บริหารงานและกิจการของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างเป็นทางการ นับถึงวันนี้ครบ 1 ปีพอดีครับ”

“เมื่อผมเข้ามารับตำแหน่ง นายกสมาคม / ที่ทำการของสมาคมฯ อยู่ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งในขณะนั้น กรมพละศึกษา เจ้าของสถานที่ อยู่ในระหว่างการขอพื้นที่คืน ผมจึงไปเช่าอาคารชาญอิสระ ถนนพระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก เป็นที่ทำการ แต่เมื่อย้ายมาอยู่รวมกันระหว่าง สมาคมฯ และ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด สถานที่คับแคบ ไม่เพียงพอสำหรับพนักงานทั้งหมด จึงได้ย้ายไปที่ อาคารพงษ์สุภี ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร และสุดท้ายได้ย้ายมาที่นี่ อาคาร 40 ปี (อาคาร 2 สนามเทนนิส) การกีฬาแห่งประเทศไทย ในพื้นที่ 860 ตารางเมตร ซึ่งผมหวังว่าคงเป็นที่สุดท้ายที่จะเป็น สำนักงาน(ถาวร) ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ”

“ผมต้องขอขอบคุณ คุณสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ให้ความอนุเคราะห์ อนุญาตให้สมาคมกีฬาฟุตบอลใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ทำการ (ถาวร) ของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในช่วงระยะเวลา 20 ปี จึงทำให้สมาคมฯ มีที่ทำการเป็นของตนเองได้ในวันนี้ ขอบคุณครับ”

“ปีนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก้าวสู่ปีที่ 101 เรามีอาคารสำนักงานของสมาคม เป็นการถาวรแล้ว ในอนาคตต่อไปที่จะต้องเกิดขึ้นคือ ศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการขออนุญาตจากกรมธนารักษ์ ให้ใช้พื้นที่บริเวณ ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในพื้นที่ประมาณ 80 ไร่ เพื่อก่อสร้างเป็น “ศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลแห่งชาติ” ที่ทันสมัยและครบวงจร เพื่อวางรากฐานกีฬาฟุตบอลตั้งแต่ระดับเยาวชน จนก้าวสู่ ระดับชาติ ต่อไป หลังจากนั้นเราควรจะมี สนามกีฬา (Stadium) เป็นของกีฬาฟุตบอลโดยเฉพาะ ครับ”

“สิ่งที่ผมอยากจะขับเคลื่อนและทำให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือ “แผนพัฒนากีฬาฟุตบอล แห่งชาติ ระยะยาว 20 ปี” ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดทำของ คณะสภาปฏิรูปเพื่อกีฬาฟุตบอลไทย โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ นอกจากกีฬาฟุตบอลแล้ว ยังรวมถึง กีฬาฟุตซอล และ กีฬาฟุตบอลชายหาด ซึ่งแผนพัฒนากีฬาฟุตบอลที่จะเกิดขึ้นนี้ จะเป็นสิ่งที่กำหนดทิศทางของกีฬาฟุตบอลไทยให้ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานสากล เพื่อความฝันของคนไทย ทั้งประเทศที่จะเป็นจริง “ฟุตบอลไทยไปบอลโลก” ครับ”

“ฟุตบอลไทยไม่ใช่ของท่านใดท่านหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทุกคนครับ เรามาร่วมมือร่วมใจกันพัฒนากีฬาฟุตบอล ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในวงการกีฬาฟุตบอล ทั้งในด้านการแพทย์ ด้านเทคนิค ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้จัดการทีม ทีมงาน ผู้ตัดสิน  ผู้ประเมิน และผู้สนับสนุน เราจะร่วมมือร่วมใจกันพัฒนากีฬาฟุตบอลไทย COMETOGETHER ครับ”