ปรับโครงสร้างฝ่ายเทคนิค : การพัฒนาเชิงลูกหนังแบบ 360 องศา

1 มิ.ย. 2018 10:16:00

5 months ago

ฝ่ายเทคนิคสมาคมฯ มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เพื่อการพัฒนาฟุตบอลไทยแบบรอบด้าน
Picture

ประเด็นสำคัญ

  • จากคำแนะนำฟีฟ่า ฝ่ายเทคนิคจึงมีการปรับให้ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ แยกออกจากโครงสร้างฝ่าย และอยู่ในระดับเดียวกับประธานพัฒนาเทคนิค
  • โดยทางฟีฟ่ามองว่าในส่วนของทีมชาติชุดใหญ่ อยู่สถานะที่สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเองได้ 
  • นั่นทำให้งานที่อยู่ภายใต้การดูแลของประธานพัฒนาเทคนิค มี 4 ฝ่ายด้วยกันคือ ฟุตบอลหญิง, การพัฒนาเยาวชน, การอบรมผู้ฝึกสอน และการส่งเสริมฟุตบอลระดับรากหญ้า

จากอันดับ 126 ของโลกเมื่อปี 2016 ทีมชาติไทย กับขวบปีที่ 3 ที่ริเริ่มมีฝ่ายพัฒนาเทคนิคขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม ค่อยๆ ขยับอันดับขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่มั่นคง

ณ ปัจจุบัน ก่อนที่จะลงฟาดแข้งกับทีมชาติจีนในนัดกระชับมิตรระดับ ‘เอ’ แมตช์ ทัพ “ช้างศึก” รั้งอันดับ 122 ของโลก

แม้จะไม่ใช่การก้าวกระโดดอย่างพุ่งพรวด แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดโดยเฉพาะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาก็คือ เกมรับที่เหนียวแน่นขึ้น โดยเก็บคลีนชีตได้ 4 เกมจาก 10 นัด ขณะเดียวกัน รูปแบบการเข้าทำก็เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เห็นได้ชัดจากในศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพที่ผ่านมา ซึ่งสามารถต่อเกมสู้กับกาบองและสโลวาเกียได้อย่างไม่เป็นรอง

และในส่วนของทีมงานเบื้องหลัง ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในส่วนของฝ่ายพัฒนาเทคนิค เพื่อสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ด้วยเช่นกัน

ไอเดียจากการสัมมนากับฟีฟ่า

“ฟีฟ่าได้ให้คำแนะนำว่า เขาอยากให้เราแยกทีมชาติชุดใหญ่ออกมาจากโครงสร้าง โดยโค้ชทีมชาติจะอยู่ในระดับเดียวกับประธานเทคนิค จากก่อนหน้านี้ทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การดูแลของประธานเทคนิค เพื่อให้ดำเนินการไปด้วยตัวของมันเอง” สาวิน จรัสเพชรานันท์ ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับฟีฟ่าจัดสัมมนาประธานเทคนิคว่าด้วยเรื่องกลยุทธ์การบริหารงานและการจัดการ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

โดยการสัมมนาดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของฝ่ายเทคนิค ซึ่งไม่ได้จำกัดขอบเขตเพียงแค่เรื่องในสนาม หากแต่ยังครอบคลุมไปจนถึงการบริหารจัดการ การจัดลำดับความสำคัญ และการสื่อสารภายในและนอกองค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลแต่ละประเทศให้สูงขึ้น

และจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ทำให้งานที่ขึ้นตรงกับประธานพัฒนาเทคนิคมี 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ฟุตบอลหญิง, การพัฒนาเยาวชน, การอบรมผู้ฝึกสอน และการส่งเสริมฟุตบอลระดับรากหญ้า

“ซึ่งการที่แยกทีมชาติชุดใหญ่ออกมาเป็นเอกเทศจะเป็นในแง่ของการบริหารจัดการมากกว่า ส่วนการทำงานร่วมกับฝ่ายเทคนิคยังคงเหมือนเดิม”

“โดยที่ผ่านมาผู้ฝึกสอนจะร่วมหารือกับฝ่ายเทคนิค ซึ่งเราก็ได้ให้คำแนะนำไปตลอด ขึ้นอยู่กับโค้ชว่าจะนำไปปรับตรงจุดใด”

อย่างไรก็ดี การปลูกฝังแนวทางการเล่นแบบ Thailand’s Way ให้กับทีมชาติชุดเยาวชนยังคงมีอยู่ต่อไป เนื่องจากเป็นปรัชญาพื้นฐาน ก่อนที่จะต่อยอดไปสู่ทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งมีการพลิกแพลงทางด้านเทคนิคและแทคติกมากขึ้น

“ในส่วนของทีมชาติชุดเล็กยังต้องอยู่ภายใต้โครงสร้าง เพราะยังต้องอาศัยวิธีการพัฒนาที่เป็นระบบอยู่ ต่างจากทีมชาติชุดใหญ่ที่ฟีฟ่ามองว่าเปรียบเสมือนกับผลิตผลที่ออกมา แทบไม่ต้องพัฒนาอะไร สามารถยืนได้ด้วยตัวมันเองแล้ว”

“นอกจากนี้ เราก็จะมีการประสานกับอะคาเดมี ไม่ใช่เฉพาะอะคาเดมีของสโมสร ยังรวมถึงอะคาเดมีของหน่วยงานต่างๆ หรือแม้กระทั่งโรงเรียน เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

ขณะเดียวกันในส่วนของฟุตบอลหญิงที่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นสมัยที่ 2 ทางฝ่ายพัฒนาเทคนิคก็ได้ทำงานอย่างหนักในการโปรโมตฟุตบอลหญิงให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

“ในปีนี้แน่นอนว่าเราจะมีฟุตบอลลีกหญิงติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แต่ก็มีแผนจะจัดลีกสำหรับเยาวชนขึ้นมาเพิ่มด้วย ซึ่งเรากำลังหาสปอนเซอร์ในการช่วยจัดบอลลีกอยู่”

กิจกรรม Grassroots

ซึ่งการที่จะทำให้ฟุตบอลไทยแข็งแรงอย่างยั่งยืนได้นั้น การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนสนใจในเกมลูกหนังก็เป็นสิ่งสำคัญ และนี่ก็เป็นอีกภารกิจหนึ่งสำหรับฝ่ายพัฒนาเทคนิคด้วยเช่นกัน

“Grassroots คือการพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้าในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ทั่วๆ ไป รวมถึงการทำงานร่วมกับโรงเรียนหรือหน่วยงานต่างๆ ในการจัดกิจกรรมให้กับเด็กๆ ไม่เกิน 12 ปี ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เพื่อนำกีฬาฟุตบอลไปเผยแพร่ ซึ่งปีนี้เราก็ได้จัดร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทยไปแล้ว 3 ครั้ง” สาวิน จรัสเพชรานันท์ กล่าว

“ในส่วนของงานโค้ช เราก็ต้องสร้างโค้ชทางด้านนี้ขึ้นมารองรับ เพราะจะต่างจากโค้ชที่ทำหน้าที่ในการแข่งขัน เพราะจะเน้นไปที่การสร้างความสนุกสนานในการเล่นฟุตบอลมากกว่า”

“เพราะการทำเด็กเล็กก็ต้องเน้นไปที่ความสนุกสนาน กระตุ้นให้เด็กอยากเล่น ในส่วนของ grassroots เราไม่ได้เน้นสร้างเด็กเพื่อเป็นนักกีฬา แต่เป็นการปลูกฝังให้เขาสนใจติดตามฟุตบอล”

“เพราะวันหนึ่งเขาอาจจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอล แต่เขาอาจจะมาดูบอล หรือว่าทำงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต”

ซึ่งในการอบรมโค้ช ทางสมาคมฯได้พยายามที่จะจัดอบรมทุกหลักสูตร เพื่อให้บุคลากรด้านฟุตบอลเป็นไปอย่างทั่วถึง

“ในปัจจุบันนอกจากจะมีหลักสูตรอบรมโค้ชของเอเอฟซีแล้ว เรายังเปิดอบรมหลักสูตรของฟีฟ่าที่จัดขึ้นปีละครั้งในส่วนของโค้ชเยาวชน, ฟุตบอลหญิง และผู้รักษาประตูด้วย”

โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าวทำให้มีการแบ่งหน้าที่แต่ละด้านของฝ่ายเทคนิคได้อย่างชัดเจน และสามารถโฟกัสในส่วนที่ยัง11ต้องพัฒนามากขึ้น เพื่อให้เกิดก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั่นเอง

 

เขียน/เรียบเรียง : ศุภโชค อ่วมกลัด

ที่ปรึกษา : พาทิศ ศุภะพงษ์