สิโรจน์ ฉัตรทอง “เสื้อตัวนี้จะแตกต่างจากทุกตัวที่ผมเคยมี”

9 ก.ย. 2016 10:26:00

8 months ago

หัวหอกร่างยักษ์จาก อุบล ยูเอ็มที ก้าวจากศูนย์จนได้มีชื่อติดทีมชาติไทยในทัวร์นาเมนต์ยิ่งใหญ่อย่างฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เขารู้สึกอย่างไรที่ได้รับเกียรติครั้งนี้ กับเสื้อทีมชาติไทยตัวแรกในชีวิต
Picture

“ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าวัย 24 ปี ไม่เคยคิดว่าฟุตบอลจะนำพาชีวิตเขามาไกลถึงเพียงนี้

จากเด็กบ้านนอกที่ จ.สุรินทร์ ฐานะยากจน ครอบครัวเป็นหนี้สิ้น ต้องไปอาศัยเล่นเกมกับเพื่อนข้างบ้าน เพื่อจะได้กินข้าวกลางวัน เก็บเงินซื้อรองเท้าสตั๊ดคู่แรกราคา 600 บาท ไม่เคยถูกฝึกเล่นฟุตบอลอย่างถูกวิธี, ไม่เคยติดทีมชาติแม้แต่ชุดเดียว ดิ้นรน ต่อสู้ อดทน จนพิสูจน์คุณค่าในตัวเองให้ทุกคนได้เห็น

เส้นทางจากวันที่หอบความฝันด้วยเงิน  2,000 บาท มาคัดตัวกับ นนทบุรี เอฟซี เริ่มเรียนรู้ฟุตบอลจาก บีซีซี เอฟซี ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มกับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด จ่าฝูงลีกดิวิชั่น 1

ในที่สุด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ตัดสินใจเรียกตัว สิโรจน์ ฉัตรทอง เข้ามาเป็น 1 ใน 23 ผู้เล่นชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กับทีมชาติซาอุดิอาระเบีย และ ทีมชาติญี่ปุ่น

ผลจากความขยัน ตั้งใจฝึกซ้อม เชื่อฟังโค้ช ทำให้วันนี้เขาสามารถปลดหนี้ให้กับครอบครัวได้สำเร็จ มีเงินทอง มีชื่อเสียง และเกียรติยศ จากการได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย อะไรที่ทำให้เขามาไกลได้ถึงจุดนี้

 

สิโรจน์ ฉัตรทอง กับเสื้อทีมชาติไทยตัวแรกของเขา

รู้สึกอย่างไรกับการมีชื่อติดทีมชาติไทยครั้งแรก

ผมถามตัวเองว่า เราติดทีมชาติจริงๆแล้วหรือยัง ถ้ามีแค่ชื่ออยู่ในทีม แต่ไม่ได้ลงเล่น ผมคงพูดไม่เต็มปากว่า “เราติดทีมชาติ”  เมื่อไหร่ที่ผมได้สวมเสื้อทีมชาติไทยลงสนาม นั่นแหละถึงเรียกว่า “ติดทีมชาติ” แล้วจริงๆ

แล้วถ้าโอกาสนั้นมาถึงล่ะ

ผมคงรู้สึกตื่นเต้นมากๆ และน่าจะเป็นความทรงจำที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตครับ

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ เคยนึกฝันว่าสักวันเราจะก้าวขึ้นมาเป็น นักเตะทีมชาติไทย หรือไม่

ไม่เคยเลย ผมไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย เราเริ่มต้นเล่นฟุตบอลช้ากว่าคนอื่น ผมไม่ได้มีอะคาเดมี่ หรือสังกัดใดๆ ที่ระบุได้ว่า เราเล่นฟุตบอลจริงๆ  ดังนั้นเรื่องการติดทีมชาติไทย มันไม่มีทางเป็นไปได้ในความคิดของผม

จนเริ่มมีข่าวว่า โค้ช(เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ให้ความสนใจเรา และถูกส่งชื่อไปทำพาสปอร์ต นั่นเป็นครั้งแรกเลย ที่ผมเริ่มคิดเรื่องทีมชาติ ก่อนหน้านั้น ผมไม่กล้าที่คิดถึงเรื่องแบบนี้หรอก เพราะเราเป็นเพียงแค่นักฟุตบอลธรรมดาคนหนึ่ง

กดดันแค่ไหน จากนักบอลโนเนมที่ไม่มีใครรู้จัก กลายมาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติที่ถูกพูดถึงมากสุด

กดดันพอสมควรครับ อาจจะเกร็งบ้าง จากที่ไม่มีใครสนใจเรา ก็เริ่มถูกจับจ้องมากขึ้น โค้ช สก็อตต์ คูเปอร์ (เฮดโค้ชอุบล ยูเอ็มที) เขาสอนให้เราเป็นตัวของตัวเอง มีสมาธิกับฟุตบอล รับมือกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีสุดครับ

จุดเด่นของคุณคือรูปร่างที่สูงใหญ่, ความแข็งแกร่ง, ความเร็ว คิดว่ายังมีเรืองไหนที่ตัวเองต้องเพิ่มเติมอีก

น่าจะเป็นเรื่องการทำประตู ผมพยายามฝึกซ้อมเพิ่มเติมทุกวัน เพื่อให้มันดีขึ้นกว่านี้ครับ

ทัศนคติในการเล่นฟุตบอลของ ปีโป้ เป็นอย่างไร

ผมเป็นคนที่รับฟังทุกอย่างแล้วนำมาปรับใช้  ไม่อคติกับ โค้ช, เพื่อนร่วมทีม อะไรที่เขาบอก แล้วเราทำได้ก็พยายามทำ สิ่งที่ทำไม่ได้ก็จะถามเขา ผมชอบนะ เวลาที่โดนตำหนิ  เพราะมันเแสดงให้เห็นว่าเขาใส่ใจเรา  ผมรู้ว่า คนที่ตำหนิเรา เขาอยากเห็นได้ดี เราจึงควรรับฟังไว้

โค้ชซิโก้เคยให้เหตุผลในการเลือกคุณเข้ามาร่วมทีมว่า คุณคือปีกที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแกร่ง คล่องแคล่ว ไปกับบอลได้ดี น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมชาติ ยามเจอคู่แข่ง รูปร่างสูงใหญ่จากชาติตะวันออกกลาง คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้

ดีใจที่โค้ชมองเห็นอะไรในตัวเรา ผมไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าเขาติดตามเรา ตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการลงสนาม ผมอยากทำหน้าที่ตอนซ้อมให้เต็มที่ก่อน ทำให้โค้ชเห็นว่าเราทำได้ดี ถ้าซ้อมดีแล้ว เวลาแข่งก็น่าจะดีตามครับ

บรรยากาศที่ได้เข้ามาเก็บตัวกับนักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นอย่างบ้างครับ

ทุกคนให้การต้อนรับผมดี ส่วนตัวผมรู้จักกับ เก่ง (อดิศร พรหมรักษ์), ต้น(นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม) ตั้ม (ธนบูรณ์ เกษารัตน์) รวมถึง เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) ตั้งแต่สมัยผมเล่นให้ บีซีซี เทโรฯ รวมถึงพี่เย็น (มงคล ทศไกร) ที่เคยเล่นบอลมหาลัยด้วยกัน ส่วนใหญ่ทุกคนจะเข้ามาทักทายและแสดงความยินดีกับผม ประมาณนี้ครับ

ความรู้สึกที่ได้มาร่วมทีมเดียวกับ ธีรศิลป์ แดงดา ซึ่งเป็นกองหน้าคุณชื่นชอบเป็นพิเศษ

ดีใจครับ(น้ำเสียงสั่น) พี่เขาเป็นนักเตะที่เล่นบอลได้ใสสะอาดที่สุดแล้ว

มุมมองต่อคู่แข่งอย่าง ซาอุดิอาระเบีย และญี่ปุ่น

พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราก็แข็งแกร่งเหมือนกัน เราพัฒนาถึงจุดนี้แล้ว คงไม่ยอมเขาง่ายๆ น่าจะสู้กันได้สนุก

พูดถึง “เสื้อทีมชาติไทยตัวแรก” ในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติ

เสื้อทีมชาติที่ผมสวมใส่นี้ มันต่างจากทุกตัวที่ผมเคยมีอย่างแน่นอน จากที่ผมต้องไปซื้อจากช้อปหน้าสนามราชมังฯ เพื่อใส่มาเชียร์ทีมชาติไทย วันนี้เราได้มาเป็นเจ้าของมันแล้ว  ความรู้สึกของเสื้อที่ได้มาจากการซื้อ กับ เสื้อที่เราได้มาจากความพยายาม มันต่างกันมาก เวลาสวมใส่แล้วมองลงไป เห็นธงติดอยู่ที่หน้าอก ก็เหมือนเป็นพลังให้เราอยากลงไปรับใช้ชาติครับ

การถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ของคุณ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับ น้องๆเยาวชน หรือนักเตะที่ค้าแข้งในลีกระดับล่างได้เป็นอย่างดี คุณอยากฝากอะไรถึงพวกเขา

อยากฝากถึงนักฟุตบอลที่อาจจะเล่นในลีกระดับล่าง ว่าขอให้ตั้งใจ เล่นอย่างให้เต็มที่ เพราะบางครั้งโค้ช (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) อาจจะมองเราอยู่ โดยที่เราไม่รู้ตัว อยากให้ลงมือทำครับ ดีกว่ามานั่งเสียดายทีหลัง ส่วนจะได้หรือไม่ได้ ช่างมันครับ

ความฝันต่อไปของ สิโรจน์ ฉัตรทอง

ก็หวังว่าจะมีชื่ออยู่ในทีมชาติไทยต่อไป ผมจะพัฒนาตัวเองจนติด 11 ตัวจริงให้ได้ และช่วยให้ไทยได้ไปฟุตบอลโลกครับ