ช้างศึก U16 กับภารกิจในการทวงบัลลังก์แชมป์อาเซียนในรอบสามปี

29 ก.ค. 2018 12:44:39

4 months ago

ช้างศึก U16 ต้องเจอภารกิจสุดสำคัญในการทวงบัลลังก์จ้าวอาเซียนกลับมา หลังจากที่ไม่ได้ครองแชมป์นับตั้งแต่ปี 2015
Picture

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ ทีมชาติไทย คว้าแชมป์มาครองมากที่สุดในอาเซียน 3 สมัยเท่ากับ เวียดนาม คู่ปรับร่วมภูมิภาค โดยปีล่าสุดทั้งคู่ก็พบกันในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งผลสุดท้าย เป็นเวียดนามที่ไปชนะในช่วงการดวลจุดโทษ หลังเสมอกันในเวลา 0-0

อย่างไรก็ดี ถึงแม้สองปีหลัง ช้างศึก U16 จะไม่เคยไปถึงตำแหน่งแชมป์ก็จริง แต่ก็ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำต่อใครในเกม 90 นาที โดยปี 2016 นั้นแพ้จุดโทษในรอบรองชนะเลิศในการพบกับ ออสเตรเลีย ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ส่วนปี 2017 ก็แพ้เวียดนามในรอบชิงชนะเลิศที่การดวลจุดโทษ ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนมิถุนายน ปีก่อน

นอกจากนี้ ศึกชิงจ้าวอาเซียนยังถือเป็นเวทีลองของก่อนทำศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่จะแข่งขันต่อทันทีในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึง ซึ่งจะหา 4 จาก 16 ทีมที่ทำผลงานดีที่สุด ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลเยาวชนโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ประเทศเปรู ในปีหน้า

และก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเปิดฉาก เรามาทำความรู้จักกับรายการชิงแชมป์อาเซียนบนแผ่นดินอินโดนีเซียหนนี้กัน

สนามแข่ง

ในศึกชิงแชมป์อาเซียนปี 2018 ได้ทำการเลือก สนาม เกโลรา โจโค ซามูโดร สเตเดียม และ เกโลรา เดล สเตเดียม ซึ่งเป็นสังเวียนเดียวกันกับ ศึกชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ผ่านมา โดยการที่ทีมชาติไทย U16 อยู่ในกลุ่มบี ที่มีทีมน้อยกว่ากลุ่มเอ ทำให้ทีมปักหลักเล่นที่สนาม เกโลรา โจโค ซามูโดร สเตเดียม เป็นหลัก

สำหรับสนาม เกโลรา โจโค ซามูโดร สเตเดียม นั้นเป็นรังเหย้าของสโมสร เปอร์เซเกรส เกรซิค ยูไนเต็ด ทีมในระดับลีกาสองของอินโดนีเซีย ซึ่งถูกสร้างโดยเทศบาลเมืองเกรสิค และเพิ่งเปิดใช้งานไปเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน โดยมีความจุอยู่ที่ 25,000 คน

คู่แข่งร่วมสาย

สำหรับในรอบแบ่งกลุ่ม ช้างศึก U16 อยู่ร่วมสายกับทีมอย่าง บรูไน, สิงคโปร์, สปป.ลาว และ มาเลเซีย โดยทุกทีมนั้น ทัพช้างศึกชุดนี้ต่างเคยเผชิญหน้ามาหมดแล้ว

เริ่มด้วยคู่ปรับอย่างมาเลเซียซึ่งถือเป็นนัดสำคัญ เพราะยังต้องพบกันอีกในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยทั้งสองทีมเคยพบกันมาแล้ว ในศึกชิงแชมป์อาเซียน รอบรองชนะเลิศเมื่อปีก่อน และเป็นไทยที่เอาชนะมาได้ 1-0 จากการโหม่งของ จักรพงษ์ แสนมะฮุง

สำหรับ บรูไน เคยพบกันมาในศึก Japan-Asean Tournament เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2561 ที่เมืองมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งครั้งนั้น ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายเอาชนะไป 4-0 จากการยิงของ กิตติพงษ์ เขตภารา, จักรพงษ์ แสนมะฮุง, ณัฐกิตติ์ บุตรสิงห์ และ กิตติชัย ใยดี

ส่วนคู่แข่งในนัดที่ 3 อย่างสิงคโปร์ ก็ถือว่าพบกันบ่อย ทั้งในศึก Japan-Asean Tournament เมื่อเดือนมีนาคม, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เมื่อปีก่อน และ ฟุตบอล Jockey Club ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งทัพช้างศึก สามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งสามนัดด้วยสกอร์ 8-0, 2-0 และ 5-1

เช่นเดียวกับคู่ต่อสู้ในนัดสุดท้ายอย่าง สปป. ลาว ที่เคยพบกันในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ณ ราชมังคลากีฬาสถานเมื่อปลายปีก่อน ซึ่งทีมชาติไทย เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-1

คีย์แมน "ช้างศึก U16"

การขาด ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ถือว่ามีผลต่อทัพช้างศึก U16 โดยเฉพาะจากผลงานในรอบปีที่ผ่านมา "แบงค์" ได้สร้างผลงานมาสเตอร์พีช ด้วยการจารึกชื่อเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ลงสนามและทำประตูได้ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2018 กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัด และที่สำคัญในศึกชิงแชมป์อาเซียนเมื่อปีก่อน เจ้าตัวก็ยิงไปถึงสี่ประตูเป็นรองดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์อีกด้วย จึงไม่แปลกใจที่เจ้าตัวจะถูกอิสสระ ศรีทะโร ดึงตัวไปเล่นข้ามรุ่น ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน U19 ครั้งล่าสุด

สิทธินันทน์ รุ่งเรือง

ชื่อนี้อาจจะไม่ได้เป็นที่คุ้นหูมากนัก เพราะเพิ่งถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยมาได้ไม่นาน พร้อมกับรับเสื้อหมายเลข 10 ที่เป็นเหมือนเสื้อหมายเลขสำคัญของทีมในเกมรุก โดยล่าสุด ดาวยิงจากราชันมังกร ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังทำคนเดียวสองประตู ช่วยให้ทีมชาติไทย U16 คว้าแชมป์ฟุตบอลรายการ CFA Under-17 Men's International Football Tournament ที่เมืองเว่ยหนานประเทศจีน พ่วงด้วยตำแหน่งรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมมาครอง

ธนริน ทุมเสน

กองกลางจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ผู้สวมหมายเลข 7 และเป็นอีกหนึ่งคีย์แมนในแนวรุก เจ้าตัวได้รับความไว้วางใจจาก ธงชัย รุ่งเรืองเลิศ ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในทัวร์นาเมนต์นี้

โดยที่ผ่านมา ธนริน ทุมเสน ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังหลักของทีม ทั้งในศึกชิงแชมป์อาเซียน และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมผ่านรอบคัดเลือกของชิงแชมป์เอเชีย ได้ด้วยการยิงไป 5 ประตู เป็นดาวซัลโวของทีมในรอบดังกล่าว

คลิกที่นี่ เพื่อดูรายชื่อนักเตะทั้งหมด 

เฮดโค้ช : ธงชัย รุ่งเรืองเลิศ

ถือเป็นโค้ชหนุ่มไฟแรง หลังสามารถพาทีมชาติไทย U16 คว้าแชมป์ Under-17 Men's International Football Tournament ที่เมืองเว่ยหนาน ประเทศจีน ได้แบบเซอร์ไพรส์ เพราะทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ช้างศึก ถูกมองเป็นเพียงม้านอกสายตาเท่านั้น หลังจากที่ต้องแข่งขันกับทีมชั้นนำของเอเชีย ทั้งเกาหลีเหนือ, อินเดีย และ จีน (เจ้าภาพ)

สำหรับผลงานที่ผ่านมา คือการปลุกปั้นเยาวชนของบางกอกกล๊าส เอฟซี และมีส่วนในการพัฒนาอคาเดมีของ บลู แมชชีน อีกด้วย

ผู้ช่วยโค้ช : สราวุฒิ สุขแสวง, อัจริยะ วณิชชานันท์

ถือเป็นสองโค้ชมากประสบการณ์ สำหรับ สราวุฒิ สุขแสวง ถือเป็นโค้ชที่อยู่กับทีมชุดนี้มาตั้งแต่ชุดอายุไม่เกิน 14 ปี และมีส่วนช่วยให้ทีมกวาดแชมป์มากมาย โดยเฉพาะในศึก Jockey Club ที่ประเทศฮ่องกง รวมถึงประสบการณ์ในระดับอคาเดมี ทั้งการคุมทีมชลบุรี อคาเดมี และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี มาแล้ว

ส่วน อัจฉริยะ วณิชชานันท์ เคยเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของสโมสรชั้นนำในเมืองไทยอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในยุคของ เอ็นริเก้ คาลิสโต้ และ สลาวิซา โยคาโนวิช หรือ ย็อคก้า และมีส่วนช่วยให้กิเลนผยอง คว้าแชมป์ไทย พรีเมียร์ลีก มาครองแบบไร้พ่าย

4 เหตุผลที่ห้ามพลาดการเชียร์ช้างศึก U16 ในชิงแชมป์อาเซียน

1. การคว้าแชมป์สี่เส้าที่ประเทศจีน : ช้างศึก U16 กำลังมั่นใจ หลังคว้าแชมป์สี่เส้าที่ประเทศจีนมาครองด้วยการเสมอกับทีมชั้นนำอย่าง จีน และ เกาหลีเหนือ รวมถึงชนะอินเดียมาได้ จึงน่าสนใจว่าทีมจะสามารถต่อยอดฟอร์มการเล่นที่ดีมาจนถึงศึกชิงแชมป์อาเซียนได้หรือไม่

2. การขาด ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา : กองหน้าจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นนักเตะกำลังสำคัญของทีมในการพาทีมชาติรุ่นนี้ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นเป็นเรื่องน่าติดตามว่านักเตะคนอื่นๆ ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่จะสามารถทดแทนการขาดหายไปของแข้งวัย 15 ปีได้หรือไม่

3. การห่างหายจากบัลลังก์แชมป์อาเซียน : ทัพช้างศึก U16 ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองนาน 3 ปี ซึ่งครั้งล่าสุดที่ทำได้คือปี 2015 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทัพช้างศึก จะทวงบัลลังก์แชมป์อาเซียนสมัยนี้กลับมาครอง และขึ้นแท่นเป็นทีมที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดที่ 4 สมัย เหนือเวียดนาม ที่ครองแชมป์รายการนี้ 3 สมัยเท่ากัน

4. การเตรียมพร้อมก่อนศึกชิงแชมป์เอเชีย : หลังจบศึกชิงแชมป์อาเซียน ทีมชาติไทย U16 จะมีโปรแกรมที่จะเดินทางไปเก็บตัวที่ กรุงมาดริด ประเทศสเปน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศมาเลเซีย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจว่าขุนพลชุดนี้ยังขาดเหลือตรงจุดใดบ้างก่อนทำศึกใหญ่ระดับทวีป


โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชิงแชมป์อาเซียน 2018 (ตามเวลาประเทศไทย)


วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 ทีมชาติไทย พบกับ มาเลเซีย เวลา 19.00 น. ที่สนามโจโก ซามูโดร สเตเดียม


วันที่ 1 สิงหาคม 2561 บรูไน พบ ทีมชาติไทย เวลา 15.30 น. ที่สนามโจโก ซามูโดร สเตเดียม


วันที่ 3 สิงหาคม 2561 ทีมชาติไทย พบ สิงคโปร์ เวลา 15.30 น. ที่สนามโจโก ซามูโดร สเตเดียม


วันที่ 5 สิงหาคม 2561 สปป.ลาว พบ ทีมชาติไทย เวลา 19.00 น. ที่สนามโจโก ซามูโดร สเตเดียม


รอบรองชนะเลิศ วันที่ 9 สิงหาคม 2561


แชมป์กลุ่มเอ พบ รองแชมป์กลุ่ม บี แข่งขันเวลา 15.30 น. ที่สนามเกโลรา เดลตา สเตเดียม


แชมป์กลุ่ม บี พบ รองแชมป์กลุ่ม เอ แข่งขันเวลา 19.00 น. ที่สนามเกโลรา เดลตา สเตเดียม


รอบชิงชนะเลิศ และชิงอันดับ 3 วันที่ 11 สิงหาคม 2561


รอบชิงอันดับที่สาม แข่งขัน เวลา 15.30 น. ที่สนามเกโลรา เดลตา สเตเดียม


รอบชิงชนะเลิศ แข่งขัน เวลา 19.00 น. ที่สนามเกโลรา เดลตา สเตเดียม