พลตรีสำเริง ไชยยงค์​ : ปรมาจารย์ลูกหนังไทย

11 มี.ค. 2019 21:08:00

2 months ago

นี่คือปูชนียบุคคลสำคัญของวงการฟุตบอลไทย ผู้ได้รับสมญานามว่า “ปรมาจารย์ลูกหนังเมืองไทย”
Picture

เขาคือนักฟุตบอลที่ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ให้เรียนโค้ชที่ประเทศเยอรมัน พร้อมกับได้รับการถวายงานรับใช้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

พลตรีสำเริง ไชยยงค์​ หรือชื่อเดิม สำรวย ไชยยงค์​ เป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ ก่อนได้รับทุนจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามาศึกษาต่อที่โรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา ในกรุงเทพฯ (วิทยาลัยการพลศึกษา) นับเป็นจุดเริ่มต้นในเส้นถนนสายลูกหนัง

อ.สำเริง ไชยยงค์ เล่นฟุตบอลให้กับทีม กรมพลศึกษา เข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆ พร้อมกับแสดงความสามารถจนเข้าตาสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย จนได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปติดทีมชาติไทย ไปแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกส์ รอบสุดท้าย ที่กรุงเมลเบิร์น 1956 โดยทีมชาติไทย พ่ายต่อ สหราชอาณาจักร 0-9 ในรอบแรก

ปี พ.ศ. 2505 อ.สำเริง ไชยยงค์ ได้มีโอกาสลงเล่นต่อหน้าพระพักตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ค. และหลังจบการแข่งขันได้ถูกเรียกตัวให้เข้าเฝ้า

ซึ่งภายหลังจากเข้าเฝ้าในหลวง รัชกาลที่ 9 อ.สำเริง ก็ย้ายจากการเป็นครูในโรงเรียนฝึกหัดครู (วิทยาลัยการพลศึกษา) มาสอนที่โรงเรียนจิตรลดา ที่ในเวลานั้นตำแหน่งครูพลศึกษาของโรงเรียนกำลังว่างพอดี นั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อได้มีโอกาสถวายงานแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทั้ง 4 พระองค์ ในพระบาทสมเด็ดพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

อ.สำเริง ไชยยงค์ ถูกคัดเลือกจากสมาคมฟุตบอลฯ ให้เดินทางไปอบรมโค้ชระยะสั้นที่ประเทศเยอรมัน เป็นเวลา 3 สัปดาห์ พร้อมกับทำคะแนนการสอบได้สูงจน เดทมาร์​ การ์เมอร์ ปรมาจารย์ลูกหนังโลก ชักชวนให้ศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น แต่ติดปัญหาเรื่องเงิน

ซึ่งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงทราบเรื่อง ก็มีพระราชกระแสรับสั่งให้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น พร้อมกับพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับ อ.สำเริง ศึกษาต่อจนจบหลักสูตรฟุตบอลชั้นสูง (เทียบปัจจุบันโปรไลเซนส์)

เมื่อเดินทางกลับสู่เมืองไทย อ.สำเริง ไชยยงค์​ ก็นำวิชาที่ได้ร่ำเรียนมา เป็นผู้ฝึกสอนให้กับสโมสรธนาคารกรุงเทพ และแค่เพียงปีแรก ก็พาทีมชนะเลิศการแข่งขันถ้วยพระราชทาน ก. ได้สำเร็จ ก่อนที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ตะเรียกตัว อ.สำเริง ไชยยงค์ เข้ามารับตำแหน่งผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยในระยะสั้นๆ

อ.สำเริง ไชยยงค์​ กลับไปเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดาตามเดิม พร้อมกับได้รับความไว้วางใจจาก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ถวายงานดูแลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวมไปถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

ก่อนได้รับพระราชทานยศในรายการทหาร เป็น ร้อยเอก ในสังกัดกรมราชองครักษ์ ที่ครั้งหนึ่ง อ.สำเริง ไชยยงค์ เคยตัดสินใจลาออกจากการเป็นทหาร เพื่อทำงานด้านฟุตบอล แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งให้ อ.สำเริง สอนฟุตบอลโดยไม่ต้องลาออก

อ.สำเริง ไชยยงค์ ใช้เวลาทุกช่วงเย็นหลังเลิกงาน (ทหารราชองครักษ์) สอนฟุตบอลให้กับเยาวชนบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ก่อนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสโมสรราชวิถี

ในปี พ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งให้ อ.สำเริง ไชยยงค์ เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย เพื่อทำหน้าที่พระอภิบาลให้ ในหลวง รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ไปศึกษาวิทยาลัยการทหารที่ดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เป็นระยะเวลา 4 ปี

หลังจากเดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรเลีย อ.สำเริง ไชยยงค์ ก็ยังคงสนองงานใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นั้นก็ทำให้เวลาของฟุตบอลลดน้อยลง สุดท้าย อ.สำเริง ไชยยงค์​ ได้ส่งมอบงานให้กับน้องชายของตนเองดูแลสโมสรราชวิถีแทน

อ.สำเริง ไชยยงค์ พร้อมครอบครัวต่างก็ได้ถวายงานรับใช้พระบรมวงศานุวงศ์เป็นเวลามาอย่างยาวนานหลายสิบปี จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ อ.สำเริง ไชยยงค์​ ป่วยเป็นอัลไซเมอร์​ทำให้ครอบครัว ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดให้อยู่แต่ในบริเวณบ้าน จนล่าสุดได้เสียชีวิตลงจากอาการไตวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 ด้วยวัย 86 ปี