นายกสมาคมฯ เป็นประธานประชุมโค้ชช้างศึกทุกชุด ก่อนลงเตะฟีฟ่า เดย์

16 พ.ค. 2019 14:57:55

3 months ago

พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นประธานการประชุมผู้ฝึกสอนและทีมงานฟุตบอลชายทีมชาติไทย ก่อนลงเตะฟีฟ่า เดย์ ในเดือนมิถุนายน
Picture

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ภายในที่ทำการสมาคมฯ ได้มีการจัดประชุมหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ทุกชุด เพื่อวางแผน และมอบหมายนโยบาย ก่อนลงแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ ในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน

การประชุมในครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค, ดร.วิชิต คำนึงสุขเกษม สภากรรมการ, พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และ ดร.จตุพร ประมลบาล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล

ด้านหัวหน้าผู้ฝึกสอน ประกอบด้วย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช เนบอยซา สตาเมนโควิช และ ซาซ่า โทดิช

นอกจากนี้ยังมี อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี, อิสสระ ศรีทะโร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช จากบริษัท เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส ประกอบด้วย มร. มาร์ค อลาเบรดา ปาลาซิโอส และ มร. อูริโอล อัลกาซาร์ กอนซูเอโล

หลังการประชุม พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า "ตามนโยบายของสมาคมฯ ทุกเดือนเราจะมีการเรียกผู้ฝึกสอนทีมงานทุกชุดมาพูดคุยกัน หารือร่วมกัน เรื่องของการทำงานของแต่ละทีม ว่ามีปัญหาหรือขัดข้องอะไรบ้าง"

"ในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ทุกรุ่นมีโปรแกรมการแข่งขันหลายรายการ เรื่องการเตรียมทีมถือว่ามีความสำคัญ ซึ่งเราต้องพูดคุยกันเพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุด"

"โดยเฉพาะการเลือกตัวนักกีฬาที่ผมต้องการให้โค้ชคุยกัน ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ทุกคนให้ความร่วมมือ เพราะผมเองก็ไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงการทำงานของผู้ฝึกสอน"

"นอกจากนี้มีการทบทวนแบบฝึกสอนที่สมาคมฯ ต้องการให้รูปแบบการเล่นของทีมชาติเป็นไปในทางเดียวกันนั่นคือ ไทยแลนด์ เวย์ เราให้กฎ และหลักการในการซ้อมว่าทำได้ไหม"

"โดยโค้ชแต่ละคนก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากว่านักกีฬามาอยู่แคมป์ทีมชาติเพียง 5 วัน เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากนัก หลังจากนี้ก็คงเป็นหน้าที่ของสมาคมฯ ที่จะเข้าไปคุยกับสโมสร ว่ารูปแบบการฝึกซ้อมควรเป็นแบบสากล"

"เราพยายามทำรูปแบบการฝึกซ้อมแบบไทยแลนด์ เวย์ ให้แพร่หลายกระจายไปในระดับรากหญ้าให้มากที่สุด ทุกวันนี้การอบรมโค้ชขั้นพื้นฐานก็เน้นไปที่การฝึกแบบไทยเเลนด์ เวย์ และเชื่อว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้าคนที่อบรมนำไปสอนก็จะเกิดประโยชน์ในอนาคต เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทีมชาติในอนาคต"

"สำหรับทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่มีโปรแกรมลงแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ซึ่งทั้ง 3 ทีมที่ร่วมแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม, กือราเซา และอินเดีย ทุกทีมล้วนมีแรงกิ้งสูงกว่าเรา ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทาย เราจะประมาทไม่ได้"

"ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่นักกีฬา และโค้ชจะได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าถ้าเราเจอทีมที่มีความแข็งแกร่งกว่า มีความพร้อม และมีความสด เราจะผ่านไปได้ไหม ซึ่งทุกคนต้องไม่ประมาท และมีความตั้งใจ รวมถึงกำลังใจจากแฟนบอลที่มีให้กับนักกีฬา เชื่อว่าทุกคนจะสร้างผลงานที่ดีได้"

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 จะจัดขึ้นในวันที่ 5 และ 8 มิถุนายน 2562 ณ สนามช้าง อารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแฟนฟุตบอลไทยทุกท่านสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่หน้าสนามแข่งขัน และช่องทางออนไลน์ที่ www.thaiticketmajor.com ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม ซึ่งจะมีการจัดจำหน่ายทั้งแบบรายวัน และแบบแพ็คเกจ โดยแฟนบอลที่ซื้อแบบแพ็คเกจจะได้รับส่วนลด 5%   

โดยโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 มีดังนี้

วันที่ 5 มิถุนายน 2562

ทีมชาติกือราเซา พบกับ ทีมชาติอินเดีย ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 15.30 น.

ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 19.45 น.

วันที่ 8 มิถุนายน 2562

คู่ชิงอันดับ 3 ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 15.30 น.

คู่ชิงชนะเลิศที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 19.45 น.