ช้างศึก U18 เดินทางถึงไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจชิงแชมป์อาเซียน

16 ส.ค. 2019 19:31:49

1 month ago

ขุนพลทีมชาติไทย U18 เดินทางถึงไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศเวียดนาม
Picture

วันที่ 16 สิงหาคม 2562 เวลา 17.30 น. ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี เดินทางกลับถึงประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

โดย อิสสระ ศรีทะโร หัวหน้าผู้ฝึกสอน ช้างศึก U18 กล่าวว่า "รายการนี้ก็เป็นรายการหนึ่งที่น้องได้ประสบการณ์ จากการเตรียมตัวที่ผ่านมา ตั้งแต่เราไปจีนครั้งก่อน ทุกคนอยู่ในฟอร์มที่ดี หลายๆ คนที่ได้แชมป์ และรองแชมป์ยูธ ลีก ก่อนมาเก็บตัว รายการนี้ก็ไม่คิดว่าผลจะออกมาแย่ขนาดนี้"

"หลายๆ คนดร็อปลงไป เราก็เข้าใจ แต่ฟุตบอลก็น่าจะออกมาดีกว่านี้ จริงๆ แล้ว น้องที่ไปด้วยกัน 80 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นตัวหลัก คนที่ได้ไปด้วยกัน มีประสิทธิภาพ แต่ก่อนหน้านี้กราฟช่วงแรกมันดี อย่างที่จีน และกับสโมสร นักเตะตัวหลักชุดนี้เกือบทั้งหมด ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูธ ลีก ภายในประเทศ"

"เรารู้อยู่แล้วว่าฟอร์มอาจจะดร็อปลง แต่คิดว่าเราน่าจะเอาตัวรอดได้ โชคดีที่ไม่มีใครเจ็บ แต่ร่างกายอาจจะล้า บางคนก็ยังทำได้ดี จากฟอร์มที่ได้ดู คนที่จะได้ไปต่อก็มีประมาณ 12 คน ที่เหลือก็ต้องดูรายละเอียด ว่าที่ดร็อปลงเพราะอะไร ตัวหลักหลายคนฟิตสมบูรณ์ แต่พอไปเจอหญ้าใบใหญ่ หรือสภาพสนามที่หนืดทำให้เขาดร็อป เราก็คุยกันแล้ว ซึ่งเขาก็ได้ประสบการณ์ที่ดี"

"เราวางแผนระยะยาว ในชิงแชมป์อาเซียน เราก็อยากได้ผลงานที่ดี แต่เมื่อปีก่อน ผลงานก็ไม่ดี ไปบรูไน ผลงานไม่ดี แต่พอปลายปีในชิงแชมป์เอเชีย เราก็ทำผลงานได้ดี เพราะเราต้องการวางแผนระยะยาว ผลงานก็ทิ้งไปไม่ได้ เราก็อยากได้ แต่มันไม่ออกมาตามที่เราคาดหวัง"

"ทัวร์นาเมนต์นี้เราประสบความสำเร็จเรื่องการเข้าทำ ทั้งรายการเรามีโอกาสจาก 5 นัด ทั้งหมด 75 ครั้ง แต่เราเปลี่ยนเป็นประตูได้เพียง 6 ประตู เรายิงระยะ 2-6 หลา ทั้งหมด 13 ครั้ง แต่เราได้ประตูจากระยะนั้นแค่ 2 ประตู เท่านั้น เราก็รู้ว่าเราบกพร่องอะไร เสียประตูจากอะไร เราก็ต้องมาแก้ไข ส่วนรายบุคคล เราก็มีสถิติ"

"ทุกครั้งที่ผมรับงาน ปีก่อน ผมเน้นแค่ชิงแชมป์เอเชีย รายการก่อนหน้านี้คือการพัฒนา แต่ว่าทางฝ่ายเทคนิคจะเห็นตรงกันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อย่างในแมตช์ที่เจอออสเตรเลีย ตัวของ การ์เลส โรมาโกซา ก็ได้เดินทางไปชม เขาก็ให้การแนะนำ และขันน็อตแนวรับ จนเราไม่เสียประตู 2 นัด แต่ว่าเราก็ยิงได้น้อยไปหน่อย ทุกอย่างมันอยู่ที่สถานการณ์เฉพาะหน้า"

"ถ้าทุกคนได้ดูบอล ทุกคนจะรู้ว่าทำไมเราไม่มีแต้ม ทำไมเราทำไม่ได้ตามเป้า นัดแรกกับสิงคโปร์ เรามีโอกาส 16 ครั้ง คู่ต่อสู้มี 4 ครั้ง นัดที่สองเราดร็อปลงมา แต่เราก็ยังเหนือกว่า เรามี 16 ครั้ง เขามี 6 ครั้ง เราพลาดให้เขา มันเป็นอุบัติเหตุของฟุตบอล ผมไม่อยากโทษสนาม ผมเข้าใจน้องๆ เพราะสมัยผมเป็นนักเตะก็เคยเล่นสนามแบบนี้ มันก้าวขาไม่ออก สุดท้ายมันก็วัดที่เรื่องของสภาพจิตใจ"

"เกมกับออสเตรเลีย สนามดีขึ้นมาหน่อย ทุกคนก็ทำได้ดี เกมกับออสเตรเลีย เรามีโอกาส 18 ครั้ง หลังจบเกม โค้ชออสเตรเลีย บอกว่า เราน่าชนะเขา 6-3 ด้วยซ้ำ พวกเขาโชคดีมาก ที่เราทำไมได้"

"ที่นู่นเราพักในโรงแรมเดียวกัน เราก็แบ่งปันประสบการณ์กัน สุดท้ายเราก็พูดถึงแนวทาง ประชุมกับฝ่ายเทคนิคอีกครั้ง ทุกคนต่างมีหน้าที่ เรามีคอนเซ็ปต์แบบนี้ ปัญหาการเตรียมทีมมันคืออะไร เราก็ต้องไปคุยเรื่องปัญหา"

"รายการนี้ที่ผมพลาด คือผมไม่ได้ไปดูสนามแข่งขันด้วยตัวเอง เรารู้แค่คร่าวๆ ว่าสนามโอเค แต่สุดท้าย เราเจอสนามที่ไม่ได้มาตรฐาน เราจะเห็นภาพ ออสเตรเลีย เจอกับ มาเลเซีย ในสนามนั้น พวกเขาแพ้มาเลเซีย 0-3 คือมันไม่ได้ เราไม่อยากโทษสนาม เพราะสถิติบอกชัดเรามีโอกาสมากกว่า แต่เราทำไม่ได้"

"การเตรียมทีมก็ต้องพูดคุย เพราะอย่างกัมพูชา ก่อนมาทัวร์นาเมนต์ เขาไปเก็บตัวที่ญี่ปุ่น 1 เดือน และมาเวียดนามก่อนแข่งขัน 1 สัปดาห์ เราจะต้องทำอย่างไร และขันน็อตอย่างไรให้พร้อม"

สำหรับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ยังมีทัวร์นาเมนต์ สำคัญ ต่อเนื่องในระหว่างวันที่ 2-10 พฤศจิกายน 2562 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 2-10 พฤศจิกายน 2562

โดยการแข่งขันรายการดังกล่าว ไทย อยู่ร่วมสายกับ บรูไน, หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา, กัมพูชา และ มาเลเซีย ซึ่งมีโปรแกรมการแข่งขันดังนี้

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ไทย พบ บรูไน ที่สนาม โอลิมปิค สเตเดียม กรุงพนมเปญ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ไทย พบ หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ที่สนาม โอลิมปิค สเตเดียม กรุงพนมเปญ
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ไทย พบ กัมพูชา ที่สนาม โอลิมปิค สเตเดียม กรุงพนมเปญ
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ไทย พบ มาเลเซีย ที่สนาม โอลิมปิค สเตเดียม กรุงพนมเปญ