นายกสมาคมฯ เผยมีแผนสำรอง หาก กกท.ปรับปรุงสนามชิงแชมป์เอเชีย U23 ไม่ทัน

12 ก.ย. 2019 19:42:00

1 week ago

พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เผยมีแผนสำรอง หาก กกท.ปรับปรุงสนามชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ไม่ทัน
Picture

พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่าทางสมาคมฯ ได้เตรียมแผนสำรอง ในกรณีที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ไม่สามารถปรับปรุง สนามแข่งขันได้ทันตามกำหนด ก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย

จากรายงานล่าสุด ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ส่งหนังสือ ยืนยันกับทางสมาคมฯ​ ว่า ไม่สามารถปรับปรุง สนาม สมโภช 700 ปี เชียงใหม่ ได้ทันเวลา ทำให้สมาคมฯ เตรียมประสานงานกับทางฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เพื่อมองหาสนามอื่นๆ ที่จะเข้ามาทดแทน

โดยนายกสมาคมฯ ได้กล่าวว่า ​"สองวันก่อน ผมได้รับหนังสือยืนยันจากทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าสนามสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ไม่สามารถปรับปรุง ซ่อมแซมได้ตามกำหนด เนื่องจากติดขัดเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง ก็น่าเสียดาย ที่ไม่มีการจัดการแข่งขันที่เชียงใหม่ แต่เราก็มีสนามอื่นๆ ที่รองรับ"

"สุดท้าย ต้องรอดูว่า ในวันที่ 20-24 กันยายนนี้ ที่ทางเอเอฟซี จะส่งเจ้าหน้าที่ มาตรวจความพร้อม ความคืบหน้า ของการเตรียมความพร้อม ทุกๆ​ สนาม ที่เรามีข้อเสนอ หรือได้ยื่นไป ทั้งสนามราชมังคลากีฬาสถาน, สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สนามติณสูลานนท์ ถ้าสนามที่เชียงใหม่ไม่สามารถจัดการแข่งขัน เราก็ต้องมองไปที่สนามของสโมสรใด สโมสรหนึ่ง หรือหลายๆ สโมสร เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการแข่งขันรายการนี้"

"เพราะถ้าเราไม่สามารถเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องสนาม ตามมาตรฐานของเอเอฟซี เราก็จะเสียสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการนี้ทันที มันก็เป็นหน้าตาของประเทศ นอกจากนี้ทีมชาติไทย จะเสียสิทธิ์ในการแข่งขันในฐานะเจ้าภาพด้วยทันที"

"จริงๆ แล้ว แรกเริ่ม สมาคมฯ เจตนาที่จะใช้สนามของสโมสรทั้ง 4 สนาม อาทิ สนามของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รวมถึง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่ ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย มีความปรารถนาดี อยากจะปรับปรุงสนามของรัฐ คือสนามราชมังคลากีฬาสถาน, สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา และ สนามสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึง สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ให้อยู่ในมาตรฐานของ เอเอฟซี ทางสมาคมฯ จึงได้มอบสิทธิ์ในการเตรียมสนามให้กับ การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อ กกท. มีข้อขัดข้องก็น่าเสียดาย เราก็ต้องร่วมมือเพื่อผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้ อย่างไรก็ตาม เราก็จะไม่ปล่อยให้การจัดฟุตบอลรายการนี้ หลุดมือไป"

"ตอนนี้เราต้องได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าท่านยังสามารถ ปรับปรุง ซ่อมแซม หรือ เตรียมการสนามราชมังคลากีฬาสถาน หรือส่งมอบสนาม ได้ทันภายในวันที่ 24 ธันวาคมหรือไม่ ถ้าท่านมั่นใจ เราก็ต้องเชื่อใจ แต่ถ้าท่านไม่มั่นใจ ท่านต้องรีบบอกเรา เราจะได้ไปที่แผนต่อๆ ไป"

​"ในการใช้สนามของสโมสร เพราะสนามของทุกสโมสรใช่ว่าจะผ่านมาตรฐานของเอเอฟซี ถึงแม้บางสนามจะเคยใช้สำหรับในการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่มาตรฐานมันแตกต่างจากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย"

"เพราะการแข่งขันฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์เอเชีย ใช้ห้องแต่งตัวนักกีฬาแค่สองห้อง ซึ่งทุกสโมสรก็มีแค่สองห้อง แต่ในระดับทีมชาติ ต้องมีห้องแต่งตัว 4 ห้อง เพราะในหนึ่งวัน จะมีการแข่งขันต่อเนื่องอย่างน้อย 2 แมตช์ ไฟส่องสว่างต้องมากกว่า 1,800 ลักซ์ ซึ่งหลายสโมสรยังต้องปรับปรุง ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้เวลา แต่ถ้าชัดเจนแล้ว เราก็พร้อมที่จะใช้แผนสอง ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากเอเอฟซี ว่าสนามไหนมีความน่าจะเป็น ในการปรับปรุงในระยะเวลาอันสั้น"

โดยหลังจากนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขัน จากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) จะเดินทางมาตรวจความคืบหน้าของสนามอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อเตรียมลงนามความพร้อม รวมถึงจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ด้วยเช่นกัน