กกท. ประชุมร่วมกับ สมาคมฯ เตรียมความพร้อมชิงแชมป์เอเชีย U23

3 ต.ค. 2019 18:04:26

2 weeks ago

กกท. ประชุมร่วมกับ สมาคมฯ ครั้งที่ 2 เตรียมจัดศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย
Picture

วันที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา (อาคาร 25 ชั้น) มีการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ครั้งที่ 2

โดยการประชุมครั้งนี้ มี ดร. ก้องศักดิ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, ตัวแทนจาก กกท., ตัวแทนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ พร้อมตัวแทนฝ่ายต่างๆ จากสมาคมฯ ได้แก่ ฝ่ายจัดการแข่งขัน, ฝ่ายบัญชี และฝ่ายกฎหมาย ร่วมหารือ

วาระการประชุม มีดังนี้

วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

วาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานประชุมคณะเตรียมการจัดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562

วาระที่ 3 โครงสร้างคณะอนุกรรมการ การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

วาระที่ 4 ผลการเดินทางมาตรวจความพร้อมสนามที่ใช้จัดแข่งขัน โดยสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562

- แผนปฏิบัติการรับรองการปรับปรุงสนามกีฬา จำนวน 4 สนาม ตามที่ เอเอฟซี ได้เดินทางมาตรวจสอบ
- งบประมาณในการดำเนินการจัดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และงบประมาณที่สามารถหาแหล่งเงินให้การสนับสนุนได้แล้ว

วาระที่ 5 เรื่องเพื่อพิจารณาแผนปฏิบัติการรองรับการจัดหางบประมาณในการจัดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในส่วนที่ขาด

หลังจากการประชุม ดร. ก้องศักดิ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยกล่าวว่า "ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 แล้ว มีการพูดถึงระบบการทำงานต่างๆ เรื่องของความชัดเจน, เรื่องอนุกรรมการ, เรื่องของสิทธิประโยชน์, สนามแข่งขัน และการจัดสรรงบประมาณต่างๆ"

"ต้องขอชี้แจงว่าฟุตบอลรายการนี้ ไม่ใช่เฉพาะการกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เท่านั้น แต่เป็นการแข่งขันที่ประเทศไทยและประชาชนคนไทยร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากเป็นการแข่งขันที่สำคัญ และเป็นฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งที่ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน การเตรียมการต่างๆ ทุกคนในที่ประชุมต่างเห็นว่าต้องมีหน่วยงานอื่น หรือตัวแทนจากกระทรวงอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากมายทั้ง กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการคมนาคม หรือ กระทรวงการท่องเที่ยว"

"งบประมาณมีการอนุมัติเงินในการสนับสนุนการแข่งขัน ผ่านกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติมาจำนวนประมาณ 44 ล้านบาทแล้ว เพื่อให้สมาคมฯ ได้ใช้จ่ายต่างๆ ตามเกณฑ์ของกองทุน แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่ไม่สามารถหาสปอนเซอร์มาสนับสนุนในสนามได้ เพราะเป็นกฎของเอเอฟซี โดยทาง เอเอฟซี จะมีเงินสนับสนุน การแข่งขันประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 30,584,000 ล้านบาท ) จากนั้นเราก็ได้ประมาณการค่าตั๋วเข้าชมเกมการแข่งขันเบื้องต้น ประมาณ 7 ล้านบาท"

"เราต้องหาแหล่งเงินทุนอีก 160 ล้านบาท อันนี้เป็นการประมาณคร่าวๆ แต่ที่ประชุมได้มีการให้อนุกรรมการไปทบทวน ในทุกมิติให้รอบคอบ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในการประชุมครั้งต่อไปจะมีการพิจารณาอย่างละเอียด วันนี้ประชุมเรื่องกรอบวงเงินเท่านั้น เพื่อจัดเงินทุนให้พร้อมสำหรับ ทั้งสนาม และงบประมาณ เพื่อเสนอตามลำดับชั้นต่อไป"

"ตอนนี้มีการปรับปรุงสนามราชมังคลากีฬาสถาน ตามที่เอเอฟซีกำหนด ในส่วนของห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักนักกีฬา, ห้อง VIP, ห้องแถลงข่าว, สนามหญ้า ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เอเอฟซีต้องการ เรามั่นใจว่าวันที่ 15 ธันวาคมนี้ จะสามารถส่งมอบสนามที่พร้อมใช้งานให้กับเอเอฟซี ได้อย่างแน่นอน"

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย มีดังนี้

ไทย พบ บาห์เรน วันที่ 8 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
ออสเตรเลีย พบ ไทย วันที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
ไทย พบ อิรัก วันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

โดยการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะคัดเลือก 3 ทีม เป็นตัวแทนทวีปเอเชีย ไปแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น