อนาคตรูปแบบไทยลีก : เรื่องสำคัญที่คณะพัฒนาทีมชาติให้ความใส่ใจ

5 ต.ค. 2019 11:37:00

1 week ago

House of Thai Football จะมาอธิบาย ถึงแนวทางการปฏิรูปฟุตบอลลีกของไทย เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาในอนาคต
Picture

ประเด็นสำคัญ

  • ในลีกรองของชาติชั้นนำในยุโรปอย่างอังกฤษ หรือเยอรมัน แม้กระทั่งญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อายุเฉลี่ยของผู้เล่นทั้งลีก ไม่เกิน 26 ปี ทั้งสิ้น
  • โดยในระดับดิวิชั่น 2 ลงมา ของประเทศเหล่านี้ มักจะเป็นเวทีสำเร็จดาวรุ่งให้พิสูจน์ความสามารถอยู่เสมอ
  • ขณะเดียวกัน ในลีกสูงสุดของบางประเทศ อย่างเนเธอร์แลนด์ หรือเบลเยียม สามารถสร้างแรงจูงใจในการแข่งขัน ให้กับสโมสรที่อยู่กลางตารางลงมา ด้วยการเล่นเพลย์ออฟ
  • จากกรณีศึกษาข้างต้น จะเห็นว่า การเล่นเพลย์ออฟ แทนที่จะเลือกเพิ่มจำนวนทีม จะทำให้เกิดเกมที่มีความหมาย และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันมากกว่า
  • ขณะที่ในปีนี้ โตโยต้า ไทยลีก ได้มีทีมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม ทำให้แมตช์มีจำนวนพอเหมาะ และมีคุณภาพ 
  • ต่างจาก 18 ทีม ที่ทำให้นักกีฬา ในรายที่ติดทีมชาติ ลงเล่นรวมกันไม่น้อยกว่า 52 เกม/ปี เฉลี่ยแล้วมากกว่า 1 เกม/สัปดาห์ อีกทั้งการจัดตารางต้องมีเกมกลางสัปดาห์มาก และหากมีเหตุสุดวิสัย อาจต้องเล่นถึงข้ามปี

จากที่ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนา และบริหารฟุตบอลทีมชาติไทย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดกับฟุตบอลไทยในหลากหลายสาขา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แนวทางในการพัฒนา ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น 

ซึ่งในการประชุมครั้งที่ 4 ประจำปี 2562 ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติไทย ได้นำเสนอโครงการที่จะพัฒนากองหน้าผู้เล่นทีมชาติไทย เพื่อสร้างให้มีนักเตะตำแหน่งกองหน้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมี โครงการฝึกอบรมนักกายภาพบำบัดสัญชาติไทย จาก ดร.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกิจกรรมพิเศษ โรงพยาบาลกรุงเทพ หนึ่งในคณะกรรมการของเอเอฟซี เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานี้ด้วยเช่นกัน

และหนึ่งในโครงการสำคัญ ก็คือการวางแนวทางพัฒนาเยาวชน ซึ่ง การ์เลส โรมาโกซา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ที่เคยผ่านงานในระดับสโมสรใหญ่ของยุโรปอย่างบาร์เซโลนา และปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็ได้วางโครงสร้างต่างๆ สำหรับการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทย ระยะสั้นและยาว

ฐานที่มั่นสำหรับการพัฒนาฟุตบอลไทย

สำหรับการพัฒนาเยาวชน สิ่งสำคัญคือการมีพื้นที่ให้แสดงความสามารถ ซึ่งเริ่มต้นจากเกมฟุตบอลในระดับภูมิภาค

โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ transfermarkt.com บรรดาชาติชั้นนำของยุโรป อย่างอังกฤษ หรือเยอรมัน ในฟุตบอลลีกระดับดิวิชั่น 3 หรือ 4 ของประเทศ มักจะมีโครงสร้างทีมที่อายุน้อย

ยกตัวอย่างเช่น ทีมในลีกวัน และลีกทู ของอังกฤษ ฤดูกาลนี้ มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 25.2 ปี และ 25.3 ปี ตามลำดับ ขณะที่พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดมีอายุเฉลี่ยนักเตะอยู่ที่ 27 ปี ส่วนโตโยต้า ไทยลีก นั้น มีค่าเฉลี่ยที่ 27.3 ปี 

ทางด้านบุนเดสลีกา 3 ของเยอรมัน นักเตะมีอายุเฉลี่ยที่ 24.8 ปี ส่วนในลีกภูมิภาคของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น ในโซนเหนือ มีอายุเฉลี่ยที่ 23.4 ปี หรือจะเป็นโซนตะวันตก ก็อยู่ที่ 23.9 ปี

หรืออย่างที่ญี่ปุ่น ในเจลีก 3 มีอายุเฉลี่ยที่ 25.3 ปี และมีผู้เล่นต่างชาติในลีกอยู่ที่ 29 คนด้วยกัน เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 1.6 คนต่อทีม เท่านั้น

ทางด้านลีกรองของเกาหลีใต้ อย่างเคลีก ชาลเลนจ์ มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 25.8 ปี ส่วนนักเตะต่างชาติมี 32 คน จาก 10 ทีม เฉลี่ยแล้ว 1 ทีมมี 3.2 คน

ซึ่งกรณีตัวอย่างจากชาติชั้นนำ ทั้งยุโรปและเอเชีย ทำให้เห็นว่า บรรดาลีกรองๆ ของประเทศ ถือเป็นฐานที่มั่นสำหรับการพัฒนาฟุตบอลในระดับรากหญ้า เป็นเวทีเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งได้แสดงฝีเท้า เพื่อก้าวสู่ลีกสูงสุด หรือระดับทีมชาติ โดยลดค่าเฉลี่ยอายุของทีม และจำนวนนักเตะต่างชาติลง

เพิ่มคุณภาพของการแข่งขัน

นอกจากโครงสร้างเรื่องอายุในลีกรองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกนำมาพิจารณาคือ การเพิ่มคุณภาพการแข่งขันของลีกสูงสุดอย่าง โตโยต้า ไทยลีก ให้น่าติดตามยิ่งขึ้น

ซึ่งในปีนี้ การปรับขนาดของสโมสร ที่เข้าร่วมแข่งขัน ให้เป็น 16 ทีม ทำให้ทุกเกมมีความหมาย ตั้งแต่นัดแรก จนถึงนัดสุดท้าย และทำให้ค่าเฉลี่ยคนดูต่อนัด สูงที่สุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากได้ชมเกมที่มีคุณภาพ 

ขณะเดียวกัน การมี 16 ทีม ทำให้มีการขยับตารางแข่งขัน ในกรณีที่เกิดเหตุจำเป็น อาทิเช่น ฝนตกหนัก หรือปรับปรุงสนาม ก็สามารถทำได้

ในแง่ของทีม ก็ทำให้มีเวลาในการเตรียมทีมมากขึ้น นักเตะไม่ล้าจนเกินไป โดยเฉพาะผู้เล่นทีมชาติ ที่มีรายการแข่งขันชุก ไม่ว่าจะเป็นรายการชิงแชมป์อาเซียน, ซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ รวมไปถึง ชิงแชมป์เอเชีย ทั้งในรอบสุดท้าย และรอบคัดเลือก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ชาติในเอเชีย จะมีโปรแกรมแข่งขันของทีมชาติ มากกว่าฝั่งยุโรป 

เพราะการมี 18 ทีม ทำให้เกิดนัดกลางสัปดาห์เป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถขยับโปรแกรมได้ หากมีเหตุสุดวิสัย ทำให้อาจต้องลากยาวไปข้ามปี อีกทั้งยังทำให้นักกีฬา ในรายที่ติดทีมชาติ ต้องเล่นไม่น้อยกว่า 52 แมตช์/ปี เฉลี่ยแล้วมากกว่า 1 นัดต่อสัปดาห์ จนเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย และมีผลกระทบต่อทีมชาติ ในการเตรียมตัว รวมถึงลงเล่นรายการสำคัญต่างๆ 

อย่างไรก็ดี การขยายจำนวนเกม ในส่วนของทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น หรือโซนกลางตาราง ที่ส่วนใหญ่ไม่มีนักเตะทีมชาติเป็นแกนหลัก ก็ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจ ให้ทุกโซนของตารางมีความหมาย เพื่อแฟนบอลได้ติดตามทุกคู่ตลอดทั้งฤดูกาล และเพิ่มคุณภาพในการแข่งขันของลีกสูงสุด ได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

เหมือนอย่างลีกของประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือเบลเยียม ที่มีการเพลย์ออฟหลังจากจบฤดูกาลปกติ เพื่อหาทีมตกชั้น หรือไปเล่นรายการระดับนานาชาติอย่าง ยูโรป้า ลีก โดยที่ไม่กระทบต่อสโมสรที่มีนักเตะติดทีมชาติ  

ซึ่งในการสัมมนาเพื่อปฏิรูปฟุตบอลลีก “Future of Thai League” ที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม ก็จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบรรดาผู้บริหารสโมสรในไทย กับผู้เชี่ยวชาญจากฟุตบอลลีกอังกฤษ, ลีกดัตช์ รวมถึงยูฟ่า ในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

เพื่อให้ฟุตบอลไทยลีก ในฤดูกาล 2021 อันเป็นปีที่ 25 ของลีกสูงสุดเมืองไทย ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับเกมลูกหนังในประเทศ และอาจรวมถึงภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

เขียน/เรียบเรียง : ศุภโชค อ่วมกลัด
ที่ปรึกษา : พาทิศ ศุภะพงษ์