ช้างศึกอาสา : โครงการจิตอาสาที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับทัวร์นาเมนต์นานาชาติ

16 ต.ค. 2019 16:46:00

3 weeks ago

House of Thai Football จะมาอธิบายถึงโครงการ "ช้างศึกอาสา" ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ
Picture

ในโลกของฟุตบอลยุคใหม่ แฟนฟุตบอลก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันวงการฟุตบอลให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแฟนฟุตบอลไทย ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังเป็นที่สนใจในหมู่คนรุ่นใหม่ ที่รักกีฬาและให้ความสนใจในการแข่งขัน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชน และต้องการกระจายความรู้ด้านกีฬาและการแข่งขัน เพื่อเพิ่มบุคลากรด้านกีฬารุ่นใหม่ และขยายวงของผู้ที่มีความสนใจกีฬาฟุตบอล ให้กว้างออกไปมากกว่าเดิม 

โครงการ “ช้างศึกอาสา” จึงเป็นโครงการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดทำขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่อยากเป็นส่วนหนึ่ง ของเกมฟุตบอล และเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อยกระดับวงการฟุตบอลไทย ให้ก้าวสู่ระดับสากลต่อไปในอนาคต

ทำไมต้อง “ช้างศึกอาสา”?

โครงการ “ช้างศึกอาสา” คือโครงการเปิดรับเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เข้ามาร่วมปฏิบัติหน้าที่ในรายการแข่งขันฟุตบอล ที่ได้รับการดูแลการจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

โดยโครงการนี้ ถือเป็นโครงการนำร่อง ตามแผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ ระยะยาว 20 ปี ที่มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนประชากรผู้สนใจกีฬาฟุตบอล และยกระดับการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทย ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับระดับสากล

การนำอาสาสมัครเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดการแข่งขัน ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญ ที่ยกระดับคุณภาพการจัดการแข่งขันของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นใกล้เคียงกับ การจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาที่มีชื่อเสียง เช่น มหกรรมกีฬาโอลิมปิกส์ หรือ ฟุตบอลโลก และเอเชียน คัพ ที่ล้วนเปิดรับบุคคลทั่วไป เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 

เนื่องจากการแข่งขันกีฬา หรือการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ จำเป็นต้องรองรับผู้ชมจำนวนหลายหมื่นถึงหลายแสนราย ดังนั้นบุคลากรในองค์กรจัดการแข่งขัน ย่อมไม่เพียงพอต่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม และแขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งขัน จึงมีการเปิดรับอาสาสมัครเพื่อเข้ามาช่วยดูแลในด้านการจัดการแข่งขัน 

ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะขยายองค์ความรู้ในเรื่องการแข่งขันกีฬา และการจัดการอีเวนต์ แก่ผู้ที่ให้ความสนใจ ในวงกว้าง และเพิ่มบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาทำงานส่วนนี้ได้จริงในอนาคต

ให้ความสำคัญแก่เยาวชน

สำหรับ โครงการ “ช้างศึกอาสา” ก้าวเข้ามาสู่รุ่นที่ 2 หลังได้มีการริเริ่มในรายการชิงแชมป์อาเซียน เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในรายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ในเกมที่ ทีมชาติไทย พบกับ เวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 15 ตุลาคม ตามลำดับ

ในโครงการนี้ มีเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 167 คน ที่สนใจปฏิบัติหน้าที่ในรายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้สร้างความร่วมมือกับองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำการคัดเลือกนักศึกษาที่สนใจในด้านกีฬา และการจัดการแข่งขัน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ทั้ง 2 นัด จัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (ทรู สเตเดียม) ฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีความเคยชินกับสนามแข่งขัน และไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ หรือปรับตัวเข้ากับสถานที่มากนัก

ด้านคุณสมบัติสำหรับ "ช้างศึกอาสา" สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ไม่มีการจำกัดเพศ, อายุ, หรือสาขาวิชาของนักศึกษา ขอเพียงจิตสาธารณะและรักในงานด้านบริการ, ชื่นชอบฟุตบอลและเข้าใจการจัดงาน, มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม และพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว

สาเหตุหลักที่โครงการ "ช้างศึกอาสา" เลือกใช้อาสาสมัครเป็นนักศึกษา เนื่องจากทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มองเห็นความกระตือรือร้นของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้ประสบการณ์จากงานทำงานจริง เพื่อต่อยอดในการก้าวสู่โลกของการทำงานในอนาคต

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เชื่อว่าการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ มีรูปแบบการจัดงานไม่ต่างจากอีเวนต์ขนาดใหญ่ชนิดอื่น เช่น คอนเสิร์ต หรือ นิทรรศการ ที่อาศัยทีมเวิร์คเป็นส่วนสำคัญในการทำงาน และใช้ความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์จริง 

ด้วยเหตุนี้ โครงการ "ช้างศึกอาสา" จึงเข้ามาต่อยอดและส่งเสริมนักศึกษา ที่ต้องการหาประสบการณ์และท้าทายความสามารถของตัวเอง ด้วยการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งการจัดการอีเวนต์กีฬาระดับนานาชาติ ที่สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปใช้งานได้จริงในชีวิตทำงานที่รออยู่เบื้องหน้าต่อไป

ประเภทของ “ช้างศึกอาสา”

หลังคัดเลือกเยาวชนได้ครบตามจำนวน 167 คน ฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ “ช้างศึกอาสา” รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ วันที่ 31 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความเข้าใจในการจัดการแข่งขัน รวมถึงแบ่งหน้าที่แก่อาสาสมัครในแต่ละด้าน

ผู้เข้าร่วมโครงการ “ช้างศึกอาสา” รุ่นที่ 2 จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ระหว่างจัดการแข่งขัน เนื่องจากในการแข่งขันฟุตบอลแต่ละนัด ไม่ได้มีเพียงนักเตะที่ลงแข่งขันในสนาม หรือผู้ชมบนอัฒจันทร์ดั่งที่เห็นในหน้าจอโทรทัศน์

การแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติ มีบุคลากรจากหลายด้าน และหลายประเทศ เข้ามาร่วมชมการแข่งขัน หน้าที่สำคัญของฝ่ายจัดการแข่งขัน คือการกระจายอาสาสมัคร ให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อป้องกันปัญหา และแก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละด้านได้ทันท่วงที

การแบ่งหน้าที่ “ช้างศึกอาสา” รุ่นที่ 2 ออกเป็น 5 ประเภท มีดังต่อไปนี้

1. ด้านการจัดการแข่งขัน: อาสาสมัครมีหน้าที่ดูแลผู้เกี่ยวข้องด้านการแข่งขัน เช่น นักกีฬา, ทีมโค้ช หรือ ผู้ตัดสิน ซึ่งมีจำนวนรวมกันหลายสิบคน อาสาสมัครมีหน้าที่ดูแลและจัดการให้กลุ่มคนเหล่านี้ สามารถเข้าสู่สนามได้ตรงตามกำหนดการณ์แข่งขันที่วางไว้ โดยไม่สามารถผิดพลาดจากกำหนดเวลาได้

2. ด้านสื่อสารมวลชน: อาสาสมัครมีหน้าที่ดูแลสื่อมวลชนที่เดินทางมารายงานผลการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันระดับนานาชาติ ย่อมมีสื่อมวลชนจำนวนหลายร้อยราย เดินทางมาติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขัน ซึ่งรวมถึงสื่อมวลชนจากต่างประเทศ

อาสาสมัครด้านนี้ จึงต้องมีความสามารถทางภาษาต่างประเทศ และความรวดเร็วในการบริการข้อมูลแก่สื่อมวลชน เช่น การลงทะเบียน, การส่งรายชื่อนักเตะที่จะลงทำการแข่งขัน, การอำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนในจุดต่างๆ

3. ด้านการแพทย์: การจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ คือการรองรับผู้คนจำนวนหลายหมื่นเข้าสู่สถานที่เดียวกัน ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝัน 

อาสาสมัครด้านนี้ มีหน้าที่หลักคือการประสานงานกับทีมแพทย์ ที่เตรียมพร้อมอยู่ตามจุดต่างๆ ของสนามแข่งขัน อาสาสมัครต้องรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา เมื่อมีผู้ชมได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการป่วย หน้ามืด เป็นลม และสามารถติดต่อสื่อสารกับทีมแพทย์อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

4. ด้านข้อมูลการแข่งขัน: อาสาสมัครมีหน้าที่อำนวยความสะดวกเรื่องให้ข้อมูลการแข่งขัน แก่ผู้ชมจำนวนหลายหมื่นที่เดินทางเข้าสู่สนาม ตั้งแต่ข้อมูลการเดินทาง, การจำหน่ายตั๋วแข่งขัน, สนามแข่งขันแต่ละโซน, ข้อมูลจุดอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำ หรือรถรับส่ง อาสาสมัครจำเป็นต้องรู้ข้อมูลด้านนี้ และมีอัธยาศัยในการบริการ สามารถรับมือกับอารมณ์ของผู้ชมที่หลากหลายในการแข่งขัน

5. ด้านการต้อนรับ: ทุกการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ย่อมมีบุคคลสำคัญ หรือแขก VIP เดินทางมาเป็นสักขีพยานของการแข่งขัน การรองรับแขกผู้มีเกียรติที่ให้ความสนใจในการแข่งขัน ถือเป็นส่วนสำคัญในการทดสอบมาตรฐานของฝ่ายจัดการแข่งขัน สำหรับการรับรองแขกคนสำคัญของการแข่งขัน

อาสาสมัครด้านนี้ ต้องมีความรู้ในเรื่องจัดการแข่งขันที่ดี สามารถจดจำแขกแต่ละท่านที่เดินทางสู่สนาม ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันอย่างไร เนื่องจากมีการแบ่งห้องรับรองที่ชัดเจน เช่น สปอนเซอร์การแข่งขัน, บุคลาการการแข่งขัน, บุคคลสำคัญในประเทศ, บุคคลสำคัญต่างประเทศ, อาสาสมัครจำเป็นต้องจดจำข้อมูลของแขกพิเศษได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ อาสาสมัครด้านการต้อนรับ ต้องมีบุคลิกภาพที่ดี รวมถึงทักษะด้านภาษาต่างประเทศ เพื่อต้อนรับและบริการบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

เตรียมพร้อมก่อนชิงแชมป์เอเชีย U23

“ช้างศึกอาสา” รุ่นที่ 2 ได้ลงปฏิบัติหน้าที่จริงแล้วเรียบร้อย ในเกมที่ ทีมชาติไทย พบกับ เวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 15 ตุลาคม

หลังจบหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ทั้ง 2 นัด ในปี 2562 “ช้างศึกอาสา” รุ่นที่ 2 ก็ได้รับประกาศนียบัตรจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมกับโอกาสในการเป็นอาสาสมัคร ในรายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคม 2563

สำหรับ รายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ระดับนานาชาติ อันเป็นเป้าหมายสำคัญตามแผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ ระยะยาว 20 ปี โดยเป็นครั้งแรก นับจากเอเชียน คัพ 2007 ที่ประเทศไทย จะได้กลับมาเป็นเจ้าภาพในการจัดทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับเมเจอร์ของทวีปเอเชียอีกครั้ง

รายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ถือเป็นรายการฟุตบอลระดับเมเจอร์ของทวีปเอเชีย ซึ่งแตกต่างจากการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก หรือรายการชิงแชมป์อาเซียน เนื่องจากต้องรองรับทีมเข้าร่วมแข่งขัน 16 ทีม ตลอดทั้งรายการ แบ่งออกเป็น 4 สนาม ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย

จำนวนอาสาสมัครที่ต้องการในรายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จึงมีจำนวนตามการคาดการณ์ ไม่ต่ำกว่า 500 คน กระจายตัวอยู่ทั้ง 4 สนามที่รองรับการจัดการแข่งขัน ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงสร้างความพร้อมผ่านโครงการ “ช้างศึกอาสา” ถึงแนวทางในการจัดหา และเผยแพร่ความรู้สู่อาสาสมัคร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการแข่งขันระดับเมเจอร์ ที่รออยู่ในเดือนมกราคม ปีหน้า

ปัจจุบัน ฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เตรียมความพร้อม ด้วยการวางแผน ติดต่อกับองค์การนักศึกษาที่ใกล้เคียงกับสนามแข่งขันทั้ง 4 เพื่อเปิดรับเยาวชนที่สนใจรับหน้าที่อาสาสมัคร และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความท้าทาย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับเมเจอร์ ครั้งแรกในรอบ 13 ปี ของประเทศไทย

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีความตั้งใจในการดำเนินงานเตรียมความพร้อม จากการวางแผนที่ยาวนานและชัดเจน เพื่อยกระดับวงการฟุตบอลไทยตามเป้าหมายที่วางไว้

โครงการ “ช้างศึกอาสา” จึงเป็นโอกาสที่แฟนฟุตบอลชาวไทย สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย และพาฟุตบอลไทยก้าวไปสู่ระดับสากล

เขียน/เรียบเรียง : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง
ที่ปรึกษา : พาทิศ ศุภะพงษ์