รายงานพิเศษ ฟาฮัด อับดุลลาเยฟ : 1 ปีกับการพัฒนาผู้ตัดสินไทย

17 เม.ย. 2017 11:27:30

1 month ago

ฟาฮัด อับดุลลาเยฟ ที่ปรึกษาฝ่ายผู้ตัดสินของฟีฟ่า และ เอเอฟซี กล่าวถึงการพัฒนาผู้ตัดสินไทยในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา
Picture

ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ร่วมกับ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ในโครงการ AFC Expert Pool เพื่อพัฒนาผู้ตัดสินในประเทศไทยนั้น

ที่ผ่านมา สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ได้ส่ง มร. ฟาฮัด อับดุลลาเยฟ ที่ปรึกษาฝ่ายผู้ตัดสินของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า และ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย เป็นวิทยากร ในการจัดกิจกรรม และเปิดคอร์สอบรมต่างๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559

"อย่างแรกผมต้องขอบคุณ (เอเอฟซี) สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย และ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้โอกาสผมเข้ามาพัฒนาผู้ตัดสินในประเทศไทย ตอนที่ผมเข้ามาตอนแรก เราไม่มีโครงสร้าง เราไม่มีองค์กรสำหรับผู้ตัดสิน มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ยากในการทำให้ผู้ตัดสินมีคุณภาพ เพราะเราไม่มีการสอนที่ถูกต้อง"

"การพัฒนาผู้ตัดสินเราต้องให้อะไรแก่พวกเขา หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีจากผู้ตัดสิน เราเริ่มต้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อน เราได้จัดตั้งองค์กรผู้ตัดสินขึ้นมา และจัดการตรวจสอบและประชุมผู้ตัดสินอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เรามีฝ่ายผู้ตัดสินอยู่ภายในสมาคมฯ แต่การลงมือทำแค่คนเดียวมันคงเกิดขึ้นได้ไม่ง่าย"

"เราต้องการจำนวนคนมากกว่านี้เข้ามาช่วยเหลือผู้ตัดสิน แต่ผมคิดว่าที่ผ่านมา ฝ่ายผู้ตัดสินก็ทำหน้าที่ได้ดี เกี่ยวกับผู้ตัดสิน ปีที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมมากมาย เราได้เชิญวิทยากรจากต่างประเทศเข้ามามากมายทั้งจากฟีฟ่าและเอเอฟซี เพื่อให้ความรู้แก่เหล่าผู้ตัดสิน และตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว ว่าผ่านไปหนึ่งปี แต่ละคนมีความรู้แค่ไหน และตรวจว่าทุกคนเข้าใจในสิ่งที่เราอธิบายหรือไม่"

"ฟุตบอลลีกในแต่ละปีพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ลีกของไทยมีนักเตะดีๆมากมาย มีโค้ชที่ดีหลายคน แต่ละทีมเล่นฟุตบอลได้รวดเร็วขึ้น และมันก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีการปะทะกัน ซึ่งหลายคนต้องการสิ่งดีๆจากเกมฟุตบอล ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ตัดสินในการทำหน้าที่"

"แต่ผมก็เห็นสิ่งดีๆหลายอย่างที่เกิดขึ้น เพราะผู้ตัดสินหลายคนต้องการพัฒนาตัวเองขึ้นมา และโดยภาพรวมแล้วทุกคนต่างก็พัฒนาขึ้นมา ทั้งเรื่องของสภาพร่างกาย, ความรู้เกี่ยวกับเกมฟุตบอล และการจัดการปัญหาต่างๆ และตอนนี้ผมก็คิดว่าเราบรรลุเป้าหมายของเราในระดับหนึ่ง"

"การตัดสินผู้ตัดสินแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร เราต้องเข้าใจก่อนว่า เราเข้าใจฟุตบอลดีหรือไม่ บางคนตัดสินผู้ตัดสินทั้งที่ยังไม่เข้าใจกฏของเกม หรือสถานการณ์ดี และโจมตีผู้ตัดสินเหล่านั้น ที่ผ่านมาเราได้มีการวิเคราะห์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินแต่ละคนมาตลอด จากคลิปวีดีโอที่บันทึก เราได้ดูคลิปต่างๆเป็นพันๆคลิป เรายอมรับว่าหลายคนยังผิดพลาดอยู่ แต่ความผิดพลาดมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งเราก็พยายามแก้ไขด้วยการอัดคลิปเหล่านั้น และให้ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่เหล่านั้นดูว่า สิ่งนี้คุณทำผิดพลาด แต่เราก็ต้องให้เกียรติและความยุติธรรมแก่ทุกคน เพราะทุกคนทำงานหนัก และพยายามทำงานของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด"

"ทุกคนต่างทราบดีว่า นอกจากเกมฟุตบอลที่ต้องแข่งขันกันแล้ว ผู้ตัดสินเองก็ต้องแข่งขันกัน การแข่งขันของแต่ละคนคือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะหากผิดพลาด อาจจะโดนส่งไปตัดสินในฟุตบอลระดับล่าง และหากใครทำได้ดีก็จะได้เลื่อนมาทำหน้าที่ในฟุตบอลระดับสูงขึ้น รวมถึงเลื่อนไปเป็นผู้ตัดสินของฟีฟ่าเป็นต้น"

"สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ตัดสินพัฒนานั้นคือ การเรียนรู้ที่ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เหมือนกับทีมฟุตบอลที่ต้องการพัฒนา ก็ต้องฝึกซ้อม ถ้าไม่ซ้อมก็แพ้ ผู้ตัดสินเองก็เช่นกัน ซึ่งสำหรับผู้ตัดสินแล้ว ในโลกปัจจุบันแทบจะผิดพลาดไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นก็ต้องซ้อมทุกวันเรียนรู้ทุกวัน พยายามปกป้องผู้ตัดสิน เข้าใจผู้ตัดสิน และต้องหาหลักการที่ถูกต้องให้เขาเข้าใจ ว่านี่คือสิ่งที่คุณพลาด นี่คือคุณทำดีแล้ว หลังจบฤดูกาลนี้ เราจะเห็นได้ชัดเลยว่าเราพัฒนาขึ้นมามากแค่ไหน ซึ่งตอนนี้ผมว่าเราพัฒนาขึ้นมามาก"

"ฝ่ายผู้ตัดสินของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทุกคนพยายามทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด เราทำงานหนัก พยายามจัดกิจกรรม จัดการสัมมนา ซึ่งยอมรับว่ามันกดดันมาก เพราะแฟนบอลต้องการ การตัดสินที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับหลายๆประเทศที่ผมไปมา ประมาณ 40 กว่าประเทศ แฟนบอลไม่ค่อยมีความสุขกับการทำงานของผู้ตัดสินเท่าไหร่ แต่ต้องเข้าใจว่าผู้ตัดสินไม่ได้เห็นภาพรีเพลย์ ซึ่งคิดว่าคนที่เข้าใจฟุตบอลดี หรือคนทำทีมต่างๆ น่าจะเข้าใจในแต่ละเหตุการณ์ ว่าทำไมถึงพลาด"

"มันเหมือนกับทีมที่แพ้ พวกเขาจะต้องพยายามหาสิ่งที่ผิดพลาดว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องพัฒนาในจุดๆนั้น เช่นเดียวกับผู้ตัดสินว่าเมื่อผิดพลาดตรงไหน เราก็ต้องแก้ไขให้ตรงจุด"

"ตอนนี้เรามีจำนวนผู้ตัดสินที่น่าพอใจ แต่สิ่งสำคัญคือคุณภาพ ซึ่งเราต้องให้การฝึกซ้อมที่เหมาะสม และอัพเดตสถานการณ์ตลอด ที่สำคัญคือจำนวนแมตช์ที่ผู้ตัดสินที่จะทำหน้าที่ เราต้องไม่ให้เยอะหรือน้อยจนเกินไป เพราะผู้ตัดสินนั้นแทบไม่ได้ต่างอะไรจากนักฟุตบอล ทุกคนก็มีอาการล้า แต่ก็ต้องมีเกมให้ทำหน้าที่มากพอเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์"

"ในปีนี้เราพยายามจะหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ทุกนัดมาให้ทุกคนได้รับชมร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์ และที่สำคัญเราจะเชิญ ผู้ตัดสินที่่เคยทำหน้าที่ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้วอย่างน้อยสองครั้งมาเป็นวิทยากร ผมหวังว่าเขาจะเข้ามาช่วยอบรมผู้ตัดสินไทยในบางคอร์ส และวางแผนให้เขานำประสบการณ์ที่เขามีมาถ่ายทอดให้กับผู้ตัดสินไทย เพื่อพัฒนาขึ้นมา หลังจากนั้นเราจะมาวิเคราะห์กันว่าหลังจบปีนี้เราจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน"