นิชิโนะ ร่วมแถลงข่าวความพร้อมชิงแชมป์เอเชีย U23 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

17 ม.ค. 2020 13:53:37

1 month ago

อากิระ นิชิโนะ ร่วมแถลงข่าวความพร้อมชิงแชมป์เอเชีย U23 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ไทย กับ ซาอุดีอาระเบีย
Picture

วันที่ 17 มกราคม 2563 เวลา 12.00 น. ณ ห้องแถลงข่าวภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จัดงานแถลงข่าวความพร้อม ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง ไทย กับ ซาอุดีอาระเบีย

การแถลงข่าวครั้งนี้นำโดย อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมด้วย สะอั๊ด อัล เชห์รี เฮดโค้ชทีมชาติ ซาอุดีอาระเบีย U23

ภายในงานแถลงข่าว อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย U23 กล่าวว่า "ในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้ นักเตะทุกคนก็พยายามทำเต็มที่ และพยายามแบ่งหน้าที่กัน สุดท้าย เราก็ทำกันอย่างสุดความสามารถจนผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ได้ตามเป้าหมาย"

"แน่นอนว่าเกมในรอบน็อคเอาท์ จะต่างจากรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งความกดดันที่น่าจะมีขึ้น และเราจะต้องเจอกับ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเราต้องยอมรับว่าเราเป็นรอง พวกเขาเป็นทีมที่มีความสามารถอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือเราต้องพยายามเล่นตามสไตล์ของตัวเอง นั่นก็คือเล่นให้รวดเร็ว เคลื่อนที่ตลอดเวลา และอีกคอนเซ็ปต์ที่สำคัญก็คือการท้าทาย ที่ผ่านมา เราผ่านการท้าทายในรอบแบ่งกลุ่มมาได้แล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะท้าทายในระดับต่อไป"

"ที่ผ่านมา ก็รู้จักซาอุดีอาระเบีย และเข้าใจมาตลอด ว่าเขาจะใช้กองหลัง 4 คน เกมอุ่นเครื่องที่เจอกับเราก็ใช้แบบนั้น หลังจากนั้นก็ได้ติดตาม ก็เห็นว่าพวกเขาก็มีใช้หลัง 3 คนเช่นกัน แสดงให้เห็นว่า ซาอุดีอาระเบีย มีความหลากหลายมาก และก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพที่ดี"

"จากการเจอกับซาอุดีอาระเบีย มาตลอด เขามีกายภาพ และศักยภาพที่สูงกว่าเราอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ต้องยกย่องซาอุดีอาระเบียในเรื่องนี้"

"จากแมตช์อุ่นเครื่องเมื่อต้นปี ทั้งสองทีมน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะตอนนั้นเราเพิ่งเก็บตัว ส่วนซาอุดีอาระเบีย ก็เพิ่งเดินทางมาถึง ทั้งสองทีมต่างทดลองอะไรหลายอย่าง ทำให้เกมไม่ค่อยมีสปีดเท่าไหร่ ในทัวร์นาเมนต์ซาอุดีอาระเบีย ก็แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่มขึ้นจากตอนอุ่นเครื่อง เราก็ต้องรับมือให้ได้"

"ฝั่งเราก็เช่นกัน เราก็ทำได้เร็วขึ้น แต่ก็ยังเทียบเท่าซาอุดิอาระเบียไม่ได้ ซึ่งเราก็ต้องหาส่วนอื่นมาทดแทนให้ได้"

"แน่นอนว่าตลอดการคุมทีมมาหลายนัด แมตช์ที่ไม่เคยลืมก็คือการชนะซาอุดีอาระเบีย แต่มันก็ไม่ใช่ข้อได้เปรียบ เพราะซาอุดีอาระเบีย ก็มีคอนเซ็ปต์ชัดเจน ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย และมีความหลากหลายในรูปแบบการเล่น ผมต้องกำชับนักเตะว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็จะพยายามนำประสบการณ์ที่เคยเจอกับ ซาอุดีอาระเบีย มาถ่ายทอดให้นักเตะได้เข้าใจมากที่สุด"

"แน่นอนว่านักเตะชุดนี้ และชุดต่ำลงไป ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในเวทีใหญ๋ ส่วนใหญ่เราจะเล่นในอาเซียน ไม่มีใครมีประสบการณ์ในเอเชีย รายการนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี ตัวผมเองก็ไม่ได้กระตุ้นอะไรเป็นพิเศษ แต่พยายามทำให้บรรยากาศในทีมออกมาดี ให้ทุกคนพยายามทำงานด้วยกัน เพื่อทำให้เราทำผลงานได้ดีขึ้น ซึ่งมันก็จะช่วยดึงศักยภาพของเราออกมา เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถ ซึ่งนอกจากสร้างบรรยากาศแล้ว ก็พยายามบอกให้นักเตะตั้งเป้าหมายให้สูงไว้ก่อน"

ด้าน สะอั๊ด อัล เชห์รี เฮดโค้ชทีมชาติ ซาอุดีอาระเบีย U23 กล่าวว่า "เชื่อว่าเกมที่จะพบกับทีมชาติไทย น่าจะเป็นเกมที่ยาก เพราะไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ไทยยังได้พักมากกว่า 1 วัน แต่เราจะพยายามเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดในการพบกับ ทีมชาติไทย"

"การที่จะเจอกับทีมชาติไทย จะแตกต่างจาก 3 นัดที่ผ่านมาแน่นอน เพราะไทยมีความรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เราก็ได้เน้นย้ำให้นักเตะว่าต้องมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อม เพราะไทยเล่นฟุตบอลได้รวดเร็ว เป้าหมายของเราก็คือการโฟกัสกับเกมที่เหลือ เพื่อเป้าหมายในการไปโอลิมปิกส์ ก็หวังว่าแฟนบอลซาอุดีอาระเบีย ทุกคนจะเป็นกำลังใจให้กับเรา"

"เกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ทุกคนจะได้แสดงศักยภาพที่ดีที่สุดของแต่ละคนออกมา"

"สาเหตุที่ผมเปลี่ยนแปลงเยอะเป็นเพราะนักเตะต้องเล่นอย่างต่อเนื่อง เราก็อยากให้นักกีฬาได้พักบ้าง ผมคิดว่าทุกคนมีคุณภาพไม่ต่างกันมาก ผมเชื่อว่า แม้เราจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเยอะก็จริง แต่เราก็สามารถรักษาสไตล์การเล่นของตัวเอง ไว้ได้"

"การเล่นต่อหน้าแฟนบอลชาวไทยจำนวนมาก ผมเชื่อมั่นในตัวลูกทีม ผมไม่อยากทำให้ทุกคนกดดัน อยากให้มีสมาธิ และผ่อนคลาย แต่นักเตะหลายคนก็เคยเล่นต่อหน้าแฟนบอลจำนวนมากมาแล้ว แม้แฟนบอลจะเยอะ แต่จะไม่ส่งผลต่อทีมของผม"

สำหรับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบ 8 ทีมสุดท้าย พบกับ ซาอุดีอาระเบีย ที่สนาม ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 17.15 น. ถ่ายทอดสด ทางช่อง 7