เปิดใจ ซิโก้ หลังพาช้างศึกเถลิงแชมป์อาเซียนสมัยที่ 5

27 ธ.ค. 2016 09:41:22

4 months ago

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดใจหลังพาช้างศึกเปิดบ้านชนะ อินโดนีเซีย 2-0 คว้าแชมป์อาเซียน สมัยที่ 5
Picture

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดใจหลังจากล่าสุดพาช้างศึกเปิดบ้านชนะ ทีมชาติอินโดนีเซีย 2-0 คว้าแชมป์อาเซียน สมัยที่ 5 ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยนอกจากมอบแชมป์ให้แฟนบอลชาวไทยแล้ว ยังอยากมอบถ้วยนี้ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ เทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10

ช้างศึกได้สองประตูจาก สิโรจน์ ฉัตรทอง ทำให้คว้าแชมป์สมัยที่ 5 เหนือ อินโดนีเซีย ด้วยสกอร์รวม 3-2 ซึ่ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “เด็กๆทุกคนกดดันเพราะสองปีที่ผ่านมาเราเป็นแชมป์เก่า เราชวนอินโดนีเซียเข้ามารอบสองไม่คิดว่าจะเป็นกระดูกชิ้นโตที่เราต้องเจอ เขามีความแข็วแกร่งทุกด้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกมที่ผ่านมาเด็กๆค่อนข้างผิดหวัง กว่าจะทำให้จิตใจทุกคนกลับมาได้”

“วันนี้น้องๆทุกคนได้พิสูจน์ให้เห้นแล้วว่าทุกคนไม่ท้อไม่ถอดใจ โดยเฉพาะแฟนบอลที่เข้ามาวันนี้ผมเชื่อเลยว่ามีความกดดัน น้องๆหรือตัวผมเองก็กดดัน รวมถึงแฟนคลับผมพยายามเก็บตัวเงียบเพราะอยากให้ทุกคนรู้ว่าเราสู้เพื่อแฟนบอลชาวไทยทุกคน”

“วันนี้ขอมอบถ้วยแชมป์นี้ให้กับแฟนบอลชาวไทยทุกคน วันนี้น้องๆทุกคนลงเล่น เพราะอยากมอบถ้วยนี้ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เราอยากนำถ้วยนี้ไปมอบที่หน้าพระบรมศพเพื่อให้พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตร และเราต้องการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งน้องๆทุกคนวันนี้รู้เลยว่าต้องการสิ่งนี้เท่านี้ อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในน้องๆชุดนี้ ยังไปได้อีก”

ซิโก้กล่าวต่อ “วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในแดนหน้าและปีโป้ยิงได้อยากให้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เราวางแผนไม่ใช่แค่เกมเดียว เราวางตั้งแต่เกมแรก เดือนนี้เราต้องเล่น 8 แมตช์รวมบอลโลกรอบคัดเลือก เราพยายามโรเตชั่นเพื่อไม่ให้กรอบล้า ให้ล้า นั่นคือสิ่งที่ได้เห็นตั้งแต่รอบแรก เราเล่นกับพม่ารอบรองทั้งสองเกมกับรอบชิงชนะเลิศ ทุกคนส่งข้อมูลให้ผมเป็นแสน จัดตัวผู้เล่นให้ผมเยอะมากเลย นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมทำงานยากมาก เพราะว่ามันไม่ถูกใจทุกคน”

“ผมก็พยายามบอกน้องๆทุกคนว่าใครทำงานก่อนทำงานหลัง เราต้องการให้โป้มาฉายแสงนัดชิง อยากให้ชัปปุยส์ได้มาเล่นแมตช์ชิงที่เขายิงได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาก็บอกผมตลอดว่ายังมั่นใจจะทำได้ในแมตช์ชิง อย่างที่เห็นว่าโป้ เป็นเด็กคนเดียวที่ไม่เคยผ่านเยาวชนทีมชาติมา กระโดดจากดิวิชั่น 1 มาทีมชาติชุดใหญ่เลย ก้าวข้ามขั้นตอนมาก เราก็กลัวว่าโป้จะหลงระเริง เราก็เลยให้เขาลง15นาทีบ้าง 20 นาทีบ้าง ครั้งแรกบ้างครึ่งหลังบ้าง” ซิโก้กล่าวปิดท้าย