แถลงข่าวหลังเกมนัดชิงที่สามคิงส์คัพ ระหว่าง เกาหลีเหนือ กับ บูร์กินา ฟาโซ

16 ก.ค. 2017 19:59:54

4 months ago

การแถลงข่าวหลังเกมนัดชิงอันดับสาม ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ระหว่าง เกาหลีเหนือ กับ บูร์กินา ฟาโซ
Picture

การแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 นัดชิงอันดับสาม ในวันที่ 16 กรกฏาคม 2560 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติบูร์กินา ฟาโซ เอาชนะ ทีมชาติเกาหลีเหนือ 7-6 ในการดวลจุดโทษ หลังจากเสมอกัน 3-3 ในเวลาปกติ ส่งผลให้ บูร์กินา ฟาโซ คว้าอันดับสามฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ไปครองได้สำเร็จ

หลังจบเกมการแข่งขัน ยอน อันเดอร์เซ่น หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเกาหลีเหนือ กล่าวว่า “ผมต้องบอกว่า เกมนี้คือเกมที่ดี มีประตูเกิดขึ้น 6 ประตูทั้งสองทีมพยายามเปิดเกมบุกตลอด แต่สำหรับผมแนวรับเสียประตูง่ายเกินไป เราจะต้องกลับมาวิเคราะห์กันอีกครั้ง ส่วนลูกทีมของผมก็สามารถกลับมาได้ หลังจากตามหลัง 2-3”

“ทีมที่มาเยือนไทย เรามีนักเตะที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมทีม 8-9 คน เรามีนักเตะที่เล่นในยุโรป 4 คน หรือในเจลีก นักเตะชุดนี้เป็นนักเตะที่เล่นในประเทศทั้งนั้น และพวกเขาไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันมากนัก ซึ่งต่อไปนี้เราจะโฟกัสกับเกมกับเลบานอน”

ในขณะที่ อิดริสซ่า ตราโอเล่ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีมชาติบูร์กินา ฟาโซ กล่าวว่า “เหนือสิ่งอื่นใดเราต้องขอขอบคุณทีมชาติไทย ที่เชิญบูร์กินาฟาโซ มาแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ในรายการคิงส์คัพ เราขอขอบคุณทุกท่าน วันนี้เราทุ่มเททุกอย่างและผลการแข่งขันเราได้อันดับที่ 3”

“ก่อนที่จะมาแข่งที่เมืองไทย หลังจากซ้อมแท็คติกเราก็จะซ้อมยิงจุดโทษเป็นเรื่องปกติ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เกมแรกที่เราแพ้จุดโทษเบราลุส ซึ่งนักเตะของเราอายุยังน้อย อาจจะเป็นเรื่องประสบการณ์”

“ทีมทุกทีมต้องมีจุดอ่อนและแข็ง ซึ่งเรื่องจุดอ่อนเราก็จะเอาไปพัฒนาและปรับปรุง ส่วนจุดแข็งของเราก็ต้องพัฒนาต่อไป อย่าง เรอัล มาดริด ที่เป็นทีมที่ดี แต่ก็ยังมีจุดอ่อนและแข็งที่จะต้องพัฒนาต่อไป”

ส่วน อบูบาการ์ ซาวาโดโก้ ผู้รักษาประตูกัปตันทีมชาติบูร์กินา ฟาโซ กล่าวว่า “จริงๆแล้วผมถูกฝึกให้ยิงจุดโทษมาค่อนข้างดี ในฐานะกัปตันทีม ผมมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ที่จะนำชัยชนะมาให้แก่ทีม ตอนแรกผมจะยิงคนที่ 4 แต่ก็มายิงคนที่ 5 แต่เหนืออื่นใด เราชนะในเกมนี้”

“ในส่วนท้ายเกมที่ได้เสียงเชียร์จากแฟนบอลไทย ซึ่งผมขอขอบคุณเป็นอย่างมาก เรารู้สึกซาบซึ้ง นั้นคือเหตุผลที่ตอนจบเกมเราได้ขอบคุณแฟนบอลไทยทุกท่าน รวมไปถึงเกมแรก และผมขอบคุณไปยังชาวบูร์กินาฟาโซ และทุกๆคน รวมไปถึงทางรัฐบาลซึ่งพวกเราได้ทำหน้าที่อยากดีที่สุดแล้ว”

สำหรับนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 จะเป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย และ ทีมชาติเบลารุส โดยคู่ชิง จะแข่งขันเวลา 19.30 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี