ช้างศึกดวลจุดโทษเฉือนเบลารุส 5-4 คว้าแชมป์คิงส์คัพสมัยที่ 15

16 ก.ค. 2017 21:51:00

4 months ago

ทีมชาติไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพสมัยที่ 15 หลังเอาชนะ จุดโทษ เบลารุส 5-4
Picture

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2560 การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติไทย อันดับ 131 ของโลก พบ ทีมชาติเบลารุส อันดับ 71 ของโลก ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น.

ช้างศึก ของ มิโลวาน ราเยวัช คุมช้างศึกเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จหลังล่าสุดถล่ม ทีมชาติเกาหลีเหนือ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เกมนี้ไร้ผู้เล่นบาดเจ็บ พรรษา เหมวิบูลย์ จับคู่เซนเตอร์ฮาร์ฟคู่กับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว คู่กลาง เป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แนวรุกใช้ ธีราทร บุญมาทัน เป็นปีกซ้าย มงคล ทศไกร ปีกขวา โดยให้ อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า

ทีมชาติเบลารุส ของ อิกอร์ ครูเชนโก้ เดินทางมาแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งแรก และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ทันที หลังดวลจุดโทษชนะ ทีมชาติบูร์กินาฟาโซ 3-0 โดยเกมนี้ได้เปลี่ยนผู้เล่นเกือบยกทีมผู้รักษาประตูเป็น ดิมิทรี ดูดาร์ ที่ลงสนามในเกมนี้ พร้อมกับ โอเลค เยฟโดกิมอฟ,ดิมิทรี อันติเลฟสกี้ และ เยฟเกรี เชฟเชนก้า

เริ่มเกมมา 7 นาที ไทยหวิดได้ประตูขึ้นนำสำเร็จจากลูกโต้กลับของ มงคล ทศไกร เลี้ยงผ่านผู้เล่น เบลารุส จากกลางสนามก่อนจ่ายให้ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ที่วิ่งเติมเกมมาทางกราบขวาก่อนเลี้ยงไปหน้ากรอบเขตโทษซัดด้วยซ้ายบอลตรงกรอบแต่ ดิมิทรี ดูดาร์ ยังเซฟไว้ได้

น.18 ไทย เกือบได้ประตูขึ้นนำสำเร็จเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน ครอสบอลจากทางกรายซ้ายไปในกรอบเขตโทษก่อนจะเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ขึ้นโขกหลุดออกคานไปนิดเดียว

น. 22 เบลารุส ได้ลุ้นประตูขึ้นนำบ้าง เมื่อ ดมิทรี เบสาเมิร์ตนี แหวกแนวรับผู้เล่นไทยไปในกรอบเขตโทษก่อนจะโดนตัดบอลออกมานอกกรอบ เยฟเกรี เชฟเชนก้า เก็บบอลได้ก่อนยิงข้ามคานออกไป

น.31 ไทย ได้ลุ้นประตูอีกครั้งเมื่อผู้เล่น เบลารุส โดนสกัดบอลและเป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ตัดบอลมาได้ก่อนจะเลี้ยงไปบริเวณหน้ากรอบเขตโทษยิงด้วยซ้ายบอลตรงกรอบแต่ไม่แรงพอ ดิมิทรี ดูดาร์ รับบอลได้สบาย

เกมผ่านมาถึงช่วงท้ายในครึ่งเวลาแรกเกมค่อนข้างอึดอัดอยู่พอสมควร เมื่อทั้งสองทีมต่างพยายามที่จะเปิดเกมบุกแต่ไม่สามารถเจาะถึงหน้ากรอบเขตโทษได้เลย ก่อนจะหมดเวลาในครึ่งเวลาแรก ทีมชาติไทย เสมอ ทีมชาติ เบลารุส 0-0

น.50 ไทยได้ลุ้นประตูจากลูกฟรีคิกทางกราบซ้ายเป็น ธีราทร บุญมาทัน ครอสไปในกรอบเขตโทษบอลย้อยมาเสาสองแต่ ดิมิทรี ดูดาร์ ยังออกมากระโดดปัดไว้ได้

น. 54 เบลารุส ได้ลุ้นประตูขึ้นนำบ้างเมื่อ ดิมิทรี อันติเลฟสกี้ เปิดลูกตั้งเตะระยะ 40 หลาครอสไปยังหน้ากรอบเขตโทษ อาเซียม สกิตอฟ ที่เก็บบอลได้ก่อนซัดออกหลังไป

น. 58 ทีมชาติ เบลารุส ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกเมื่อส่ง พาเวล ซาวิตสกี้ แทน ดิมิทรี อันติเลฟสกี้ ส่วนไทยส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงสนามแทน อดิศักดิ์ ไกรษร

น.68 ไทยได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากลูกตั้งเตะของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ครอสไปในกรอบเขตโทษ แต่ ดิมิทรี ดูดาร์ อ่านทางถูกก่อนปัดออกไว้ได้ จากนั้นไทย ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เมื่อส่ง ธีรเทพ วิโนทัย ลงสนามแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร ส่วน เบลารุส ส่ง อาร์เซียม ซาลาวีย์ ลงสนามแทน อัลยัคซานดรา คัตยารัล

น. 73 ไทย ได้ลุ้นประตูอีกครั้งเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน โยกมาทางกราบขวาก่อนครอสบอลไปในกรอบเขตโทษที่มี ธีรเทพ วิโนทัย กำลังวิ่งชาร์ต แต่ ดิมิทรี ดูดาร์ ยังออกมาตัดบอลไว้ทัน

ทีมชาติไทย

น.84 เบลารุส หวิดได้ประตูขึ้นนำเมื่อ อาร์เซียม ซาลาวีย์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนหลอกหนึ่งจังหวะซัดด้วยซ้ายแต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังปิดมุมเซฟไว้ได้

น. 90 + 2 ไทย ได้ลุ้นประตูอีกครั้งเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน ครอสบอลยาวไปหน้ากรอบเขตโทษ นิกิต้า นูมอฟ สกัดออกมาเข้าทาง ธีรเทพ วิโนทัย ก่อนยิงด้วยขวาบอลไม่แรงพอ เข้ามือ ดิมิทรี ดูดาร์ และเป็นจังหวะสุดท้ายก่อนหมดเวลาก่อนแข่งขันสกอร์เสมอกันอยู่ที่ 0-0 ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ

ช่วงการดวลจุดโทษ กวินทร์ สามารถเซฟลูกที่สองของ เบลารุส ได้แต่ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ก็ยิงออกไปเช่นกัน ก่อนที่จะต้องดวลถึง ซัดเดน เดธ และ กวินทร์ สามารถเซฟได้อีกครั้ง ก่อนที่ สิโรจน์ จะซัดปิดท้ายให้ไทย เอาชนะ ไป 5-4 คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 45 ไปครองได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงทั้งสองฝั่ง

ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) ,พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , พรรษา เหมวิบูลย์ , อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , สรรวัชญ์ เดชมิตร(ธีรเทพ วิโนทัย น.68), มงคล ทศไกร (ฟิลิป โรลเลอร์ น.83), ธีราทร บุญมาทัน , อดิศักดิ์ ไกรษร (สิโรจน์ ฉัตรทอง น.58)

ทีมชาติเบลารุส : ดิมิทรี ดูดาร์(GK) , อาร์เซียม สกิตอฟ, เยกอร์ คาวัลโก ,คิลิล เปเชนิน ,นิกิต้า นูมอฟ , อัลยัคซานดรา คัตยารัล(อาร์เซียม ซาลาวีย์ น.68) ,ดิมิทรี อันติเลฟสกี้(พาเวล ซาวิตสกี้ น.58),เยฟเกรี เชฟเชนก้า, วลาดิสลาฟ คลิโมวิช ,ดมิทรี เบสเมิร์ตนี (เยฟเกนี คโลปอตสกี น.60),ซักคาร์ โวลคอฟ