นับถอยหลังสู่เกมนัดสุดท้ายในบ้าน กับ 5 เหตุผลที่ไม่ควรพลาดชมเกม “ไทย-อิรัก”

9 ส.ค. 2017 19:20:00

2 weeks ago

เกมส่งท้ายในบ้านของ ช้างศึก รอบ 12 ทีมสุดท้ายคัดบอลโลกเอเชีย ที่มี 3 แต้มแรกในประวัติศาสตร์เป็นเดิมพัน - บทพิสูจน์สำคัญของทีมชาติยุคราเยวัช ที่คุณไม่ควรพลาดจะเป็นส่วนหนึ่ง
Picture

ทีมชาติไทยโฉมใหม่ ของกุนซือ มิโลวาน ราเยวัช ที่เพิ่งป้องกันแชมป์ คิงส์ คัพ 2017 ได้สำเร็จ เตรียมพบกับบททดสอบที่ท้าทายความสามารถ ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดที่ 9 กับ อิรัก ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 31 สิงหาคม 2560

แม้ว่า ไทย จะไม่สามารถโกยแต้มได้ทัน ต่อการเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย แต่นี่ยังคงเป็นเกมที่มีความหมายมากมายมากมาย ทั้งในแง่ของ การไต่อันดับโลก, การลุ้นชัยชนะประวัติศาสตร์ รวมถึงการได้ล้างตากับ อิรัก ที่เคยถล่มเรามาเกมแรก 4-0 ต่อหน้าแฟนบอลที่จะได้เชียร์ ช้างศึก ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน เป็นเกมเหย้านัดสุดท้าย ก่อนออกไปเยือน ออสเตรเลีย ในวันที่ 5 กันยายน 2560

และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดจะมาร่วมเป็น่สวนหนึ่งของเกมนัดสำคัญ กับ อิรัก แมตช์นี้

 

1. ครั้งสุดท้ายในบ้าน รอบ 14 ปี

หลังจากที่ คนไทย รอคอยการผ่านเข้ามาเล่นรอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย มาอย่างยาวนานถึง 14 ปี

ในปี 2016 ทีมชาติไทย ยุคของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ผ่านทะลุมาถึงรอบนี้ได้สำเร็จ

 4 นัดในบ้าน ที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้เห็น ทีมชาติไทย ลงดวลแข้งกับเหล่าทีมชั้นนำของทวีป ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, ซาอุดิอาระเบีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ โดยที่ ปัจจุบัน ทีมชาติไทย ได้มีการเปลี่ยนมือแม่ทัพมาเป็น มิโลวาน ราเยวัช และเพิ่งประเดิมรายการนี้ ด้วยแบ่งแต้มจาก ยูเออี มาด้วยสกอร์ 1-1

แน่นอนว่า การเล่นในบ้าน ยังคงเป็นจุดแข็งของ ทีมชาติไทย ตลอด 8 เกมที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะแพ้คู่แข่งนอกบ้านถึง 4 นัด แต่ว่าเกมเหย้านั้น ไทย สามารถเสมอกับ ทีมแกร่งอย่าง ออสเตรเลีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เช่นกัน

ดังนั้น เกมจะที่จะพบกับ อิรัก ทีมอันดับ 5 ของกลุ่ม นอกจากจะการันตีได้ว่า แฟนบอลจะได้ชมเกมที่สนุกแล้ว ยังจะเป็น เกมเหย้านัดส่งท้าย ที่แฟนบอลชาวไทย จะได้มาร่วมกันบันทึกความทรงจำ และสัมผัสบรรยากาศเกม ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน บ้านของเรา

เพราะหากพลาดเกมนี้ คงต้องรออย่างน้อยๆ อีก 4 ปี กว่าจะได้กลับมาเชียร์ ช้างศึก ลงเล่นในรอบชิงตั๋วบอลโลก เช่นนี้

 

2. พัฒนาการช้างศึกยุคมิโล -  2 คีย์แมนคืนทัพ

จาก 4 เกมที่ผ่านมา มิโลวาน ราเยวัช นายใหญ่ทีมชาติไทย ได้มีโอกาสทดลองผู้เล่น-ระบบ-แท็คติก จนเริ่มเจอทีมทีมที่ลงตัว โดยมีปรัชญาในการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่น และการเข้าทำที่ใช้จังหวะไม่กี่ครั้ง

 ดังนั้นเกมนัดที่ 5 กับ ทีมชาติอิรัก เราน่าจะได้เห็นพัฒนาการของ ช้างศึกเชือกนี้ ว่าจะไปในทิศทางนี้ได้อยางมั่นคงแค่ไหน ไล่มาตั้งแต่แผงแบ็กโฟร์ที่เจอชุดที่ลงตัว (อดิศร, พรรษา, เฉลิมพงษ์, พีระพัฒน์) กองกลางที่มี ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ธีราทร บุญมาทัน คอยขับเคลื่อนเกม

ส่วนแนวรุกที่ดูอาจจะยังเป็นจุดอ่อนของ ทีมชาติไทย เกมนี้จะได้ ธีรศิลป์ แดงดา ที่สภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จอมทัพจากคอนซาโดเล ซัปโปโร กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง น่าจะทำให้ทีมชาติไทย สมบรูณ์แบบยิ่งขึ้น ในดวลแข้งกับ อดีตแชมป์เอเชียน คัพ 1 สมัยอย่าง อิรัก

 

3.ลุ้นสามแต้มประวัติศาสตร์

นี่คือครั้งที่ 2 ของ ทีมชาติไทย ที่ผ่านเข้ามาเล่น ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย แต่ตลอด 16 เกมที่ผ่านมา (8 เกมในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2002 และ 8 เกมในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018) ไทย ทำได้ดีที่สุด เพียงแค่เสมอคู่แข่ง 5 นัด แพ้ไป 11 เกม ไม่เคยชนะ

 ดังนั้น การพบกับ ทีมอันดับ 5 ของกลุ่มอย่าง อิรัก จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของ ช้างศึกโฉมใหม่ ที่จะได้คว้า 3 คะแนนครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของการเล่นรอบนี้

โดย อิรัก มีสถิติในการเล่นเกมเยือนรอบ 12 ทีมสุดท้าย หนนี้ ไม่ดีนัก แพ้รวดตลอด 4 เกมที่ผ่านมา ไล่มาตั้งแต่ แพ้ ออสตรเลีย 2-0 แพ้ ญี่ปุ่น 2-1 แพ้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-0 และ แพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-1 ผิดกลับการเกมเหย้า ที่แม้จะต้องเล่นที่สนามกลาง แต่ อิรัก ก็สามารถเก็บแต้มได้ถึง 5 คะแนน แพ้แค่ครั้งเดียว จาก 4 นัดที่ผ่านมา

อีกทั้ง การออกมาเยือน ช้างศึก ที่มีความมุ่งมั่น กระหายคว้า 3 คะแนนประวัติศาสตร์ ต่อหน้าแฟนบอลที่สนามราชมังคลากีฬสาถาน จึงน่าจะเป็นงานที่ยากของผู้มาเยือน และหาก ไทย เอาชนะ อิรัก ได้สำเร็จจริง จะถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของทีมชาติ ไทย บนเวทีระดับเอเชียเช่นนี้ อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

 

4. ชัยชนะเหนือ อิรัก รอบ 9 ปี

ความพ่ายแพ้ 4-0 ในนัดแรกที่ ไทย บุกไปเยือน อิรัก ถือเป็นฝันร้ายและความพ่ายแพ้ที่ขาดลอยสุดของ ทัพช้างศึก ในการลงเล่นรอบนี้

 งานของ มิโลวาน ราเยวัช ในนัดนี้จึงเป็นการพา ไทย เก็บชัยชนะเพื่อลบความผิดหวัง จากความพ่ายแพ้นัดเยือนต่อ อิรัก และจะเป็นการหยุดสถิติที่ไม่เคยชนะ สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย ได้ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

โดยครั้งสุดท้ายที่ ช้างศึก เอาชนะพวก อิรัก ได้ ต้องย้อนกลับไปในเกมกระชับมิตร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2008 หรือ 9 ปีที่แล้ว ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เกมนั้น ไทย ชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 จากการทำประตูของ ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีรเทพ วิโนทัย

ดังนั้น การพบกันครั้งที่ 4 ในรอบ 2 ปีของ ไทย กับ อิรัก จึงเป็นเกมที่ความหมาย ทั้งแง่ของการลบสถิติไม่ชนะ อิรัก 9 ปี รวมถึงการเก็บ 3 คะแนน เพื่อขยับแต้ม ไปเท่ากับ สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย (ปัจจุบัน ไทย มี 2 แต้ม อิรัก มี 5 แต้ม) รวมถึงยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับ ช้างศึก ก่อนออกไปเยือน ออสเตรเลีย ในนัดสุดท้าย

 

5.ลุ้นเก็บคะแนนฟีฟ่า แรงกิ้ง เพื่อลุ้นอยู่ในโถที่ดีกว่า ศึกเอเชียน คัพ

ในเกมฟุตบอลโลก 2019 รอบคัดเลือก จัดเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีเกณฑ์ตัวคูณคะแนนสะสม ฟีฟ่า แรงกิ้ง สูงถึง 2.5 คะแนนต่อนัด ดังนั้น ทุกชัยชนะ ทุกแต้ม ที่เกิดขึ้นในอีก 2 เกมที่เหลือ จึงมีผลอย่างยิ่ง ต่อการจับอันดับเป็นทีมวางในทัวร์นาเมนต์ต่อไป ของ ไทย

เพราะอย่าลืมว่า ทีมอื่นๆในเอเชีย ที่ไม่ได้ผ่านเข้าสู่ รอบ 3 คัดเลือก ฟุตบอลโลก โซนเอเชีย ก็ยังมีทัวร์นาเมนต์เก็บคะแนนอย่าง เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก ที่มีตัวคูณคะแนนสะสมสูงถึง 2.5 คะแนนต่อนัดเช่นกัน และแต่ละทีม ก็พร้อมที่โกยอันดับหนี ไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในศึกเอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ทัพ ช้างศึก ได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม โดยอัตโนมัติ

สำหรับอันดับโลกของ ไทย ในเดือน กรกฏาคม 2017 รั้งอยู่อันดับที่ 131 ของโลก และอันดับ 21 ของเอเชีย ทำให้มีโอกาสไม่น้อยที่ถูกจัดให้อยู่ในโถที่ 4 (ทีมผ่านเข้ารอบมี แรงกิ้งอันดับ 19-24) ของรอบแบ่งกลุ่ม เอเชียน คัพ (แข่งขันทั้งสิ้น 24 ทีม)

ดังนั้น ก่อนถึงการจับสลากเอเชียน คัพ ในช่วงกลางปี 2018 ไทย ยังพอมีเวลาที่จะเก็บคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น เพื่อขยับตัวเองจากโถที่ 4 มาอยู่ในโถจับสลากลำดับที่ 3 หรือดีกว่านั้น โดยเริ่มต้นการเกมในบ้าน กับ อิรัก ซึ่งชัยชนะนัดนี้นี่เอง จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสู่การไต่อันดับโลกที่สูงขึ้น ในอนาคตข้างหน้า

และสิ่งสำคัญที่สุด ช้างศึก ของเรายังคงต้องการกำลังใจ และเสียงเชียร์จากแฟนบอลทุกคน ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในเกมกับ อิรัก … เพราะทุกคนคือส่วนหนึ่งของทีม และเราจะสู้ไปด้วยกัน!

สำหรับโปรแกรมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 3 โซนเอเชีย ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติอิรัก แข่งขันวันที่ 31 สิงหาคม 2560 เวลา 19.00น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เปิดจำหน่ายบัตรแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com  หมายเลขโทรศัพท์ 02-2262 3456

 *พิเศษสำหรับใครที่ซื้อบัตรในโซน W1 เรามีของที่ระลึกมอบให้หน้างาน โดยสามารถติดต่อขอรับของที่ระลึกได้ที่จุดจำหน่ายบัตร ไทยทิคเกตเมเจอร์ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน