20 February 2026
1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 35 ประจำฤดูกาล 2568/69
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 35 ประจำฤดูกาล 2568/69 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน
พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน (มี 9 คู่)
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรลำพูน วอริเออร์ พบ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี (สโมสรลำพูน วอริเออร์ ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 35 จากจังหวะทุ่มไกลของฝั่งสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี เข้าสู่กรอบเขตโทษของสโมสรลำพูน วอริเออร์ ระหว่างการแย่งชิงบอล ผู้เล่นหมายเลข 25 นายปวีร์ ตันฑะเตมีย์ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี ได้ใช้มือบีบคอผู้เล่นหมายเลข 32 นายบวร ตาปลา สโมสรลำพูน วอริเออร์ จนล้มลงกับพื้น ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ แต่ไม่ได้ลงโทษใด ๆ ซึ่งทางสโมสรลำพูน วอริเออร์ มองว่า ผู้ตัดสินถูกบดบังไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจน เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเล่นนอกเกมเจตนาทำร้ายคู่แข่งขัน ถือเป็นการตัดสินผิดพลาดของ VAR ที่ไม่ได้เรียกผู้ตัดสินมา (On-field review)
- ผลพิจารณา
1) ลงโทษนายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 3 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นการที่ผู้เล่นหมายเลข 25 นายปวีร์ ตันฑะเตมีย์ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี พยายามเข้าแย่งลูกบอลและมีการใช้มือจับ บีบที่ลำคอ เป็นลักษณะการทำผิดเกี่ยวกับการทำร้ายผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจุดสัมผัสบริเวณลูกกระเดือกมีความเปราะบาง การใช้มือบีบ/จับ ที่บริเวณคอที่เกิดขึ้น ถือว่ามีความผิดตามกติกา และต้องลงโทษด้วยใบแดง ฐานประพฤติผิดกติกาอย่างร้ายแรง (Violent Conduct) ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แต่ไม่ได้ให้ใบแดง ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
2) ลงโทษนายนที ชูสุวรรณ ผู้ตัดสิ นวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นมีการกระทำผิดเกี่ยวกับการลงโทษด้วยใบแดง ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ต้องเรียกให้ผู้ตัดสินไปตรวจสอบคลิปภาพที่จอมอนิเตอร์ VAR ข้างสนาม แต่ไม่แจ้งเรียกให้ผู้ตัดสินไปตรวจสอบคลิปภาพ VAR ที่จอมอนิเตอร์ที่ข้างสนาม ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามหลัก VAR Protocol
3) ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 25 นายปวีร์ ตันฑะเตมีย์ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.19 ประกอบกับ ข้อ 1.1.2 (1) ใบแดง (Violent Conduct) ถูกพักการแข่งขัน 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท
2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด พบ สโมสรสงขลา เอฟซี (สโมสรสงขลา เอฟซี ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 88 ผู้เล่นหมายเลข 32 นายสมยศ พงษ์สุวรรณ สโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด ได้เข้าปะทะแย่งชิงบอลจากด้านหลังใส่ผู้เล่นหมายเลข 30 นายอนุชิต เงินบุคคล สโมสรสงขลา เอฟซี ขณะกำลังครอบครองบอลบริเวณกลางสนาม แต่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์ จากจังหวะต่อเนื่องผู้เล่นหมายเลข 32 นายสมยศ พงษ์สุวรรณ สโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด สามารถทำประตูได้ ต่อมา VAR ได้เรียกผู้ตัดสินไปตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) แต่ผู้ตัดสินยังคงยืนยันคำตัดสินเดิม ทำให้สโมสรสงขลา เอฟซี เสียประตู ซึ่งทางสโมสรสงขลา เอฟซี มองว่า การปะทะดังกล่าวเป็นการเข้าจากด้านหลัง ไม่มีลักษณะของการเล่นที่ลูกบอล และมีการใช้แขนผลัก รวมถึงใช้ลำตัวดันคู่ต่อสู้ ซึ่งไม่เข้าลักษณะการเบียดสู้ด้วยไหล่ (Shoulder to Shoulder) ที่ถูกต้องตามกติกา
- ผลพิจารณา
นายวทัญญู โมริน ผู้ตัดสิน และนายสัมฤทธิ์ ฤทธิ์แก้ว ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 32 นายสมยศ พงษ์สุวรรณ สโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด ใช้จังหวะที่ลูกบอลกลิ้งไปด้านหน้า เข้าไปแย่งลูกบอลโดยการใช้เท้าเตะที่ลูกบอล และเท้าสัมผัสลูกบอลก่อนแล้วจึงสัมผัสถูกขา ส่วนมือของผู้เล่นหมายเลข 32 นายสมยศ พงษ์สุวรรณ สโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด ที่สัมผัสลำตัวของผู้เล่นหมายเลข 30 นายอนุชิต เงินบุคคล สโมสรสงขลา เอฟซี เกิดขึ้นหลังจากได้เตะถูกลูกบอลเปลี่ยนทิศทางไปทางด้านซ้ายแล้ว ซึ่งการเล่นที่ลูกบอลและสัมผัสลูกบอลได้ก่อนสัมผัสฝ่ายรับในลักษณะที่เกิดขึ้นข้างต้น เป็นการเล่นที่ไม่เป็นการฟาวล์และไม่ผิดกติกา ส่วน VAR เมื่อเห็นว่ามีการฟาวล์เกิดขึ้นก่อนการเป็นประตู เป็นความเห็นแตกต่างที่เป็นไปตามหลัก VAR Protocol
3.การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรพราม แบงค็อก พบ สโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ (สโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 81 จากจังหวะเตะมุมของสโมสรพราม แบงค็อก ผู้เล่นหมายเลข 8 นายชวัลวิทย์ แซ่เล้า สโมสรพราม แบงค็อก เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ผู้เล่นหมายเลข 42 Mr. VICTOR KAMHUKA สโมสรพราม แบงค็อก โหม่งบอลต่อไปถึงผู้เล่นหมายเลข 6 นายวัชรพงศ์ เนื่องพระแก้ว สโมสรพราม แบงค็อก ก่อนจะไหลบอลต่อให้ผู้เล่นหมายเลข 55 นายกิตติพร เชื้อชิล สโมสรพราม แบงค็อก ยิงเข้าประตู ผู้ตัดสินให้เป็นประตู ซึ่งสโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ มองว่า การที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ไม่ยกธงล้ำหน้าในจังหวะนี้ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 55 นายกิตติพร เชื้อชิล สโมสรพราม แบงค็อก อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอยู่ก่อน
- ผลพิจารณา
ยกคำร้อง เนื่องจากมุมมองจากกล้องที่บันทึกภาพไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบตำแหน่งว่าล้ำหน้าก่อนหรือไม่
- เหตุการณ์ที่ 2
ในาทีที่ 90+5 หลังจากจากจังหวะเตะมุมของสโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ผู้ตัดสินเป่าเป็นฟาวล์ และมีผู้เล่นบาดเจ็บจากจังหวะแย่งโหม่ง โดยผู้เล่นหมายเลข 3 นายศรัญยู มังสา สโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ได้เข้าไปสอบถามผู้ตัดสิน และมีการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ต่อมาผู้ตัดสิน เข้าใจว่าผู้เล่นหมายเลข 3 นายศรัญยู มังสา สโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ใช้วาจาไม่เหมาะสมใส่ตน จึงให้ใบแดงแก่ผู้เล่น ซึ่งสโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ไม่ติดใจใบแดงของผู้เล่น แต่เห็นว่าผู้ตัดสินควรต้องถูกพิจารณาทางวินัย เนื่องจากมีการใช้คำไม่สุภาพกับผู้เล่นด้วยเช่นกัน
- ผลพิจารณา
ยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเพื่อใช้พิจารณาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์นี้ได้
4.การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด พบ สโมสรลพบุรี ซิตี้ (สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 3 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 14 ผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด เลี้ยงบอลเข้ากรอบเขตโทษและมีโอกาสสร้างจังหวะทำประตู ก่อนถูกผู้เล่นหมายเลข 3 Mr. ERIC KUMI สโมสรลพบุรี ซิตี้ เข้าสกัดจากด้านหลังโดยไม่โดนบอล ทำให้ล้มลงในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่มีการเป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษ ซึ่งสโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด มองว่า จังหวะดังกล่าวควรเป็นจุดโทษ
- ผลพิจารณา
นายณัทภัค สวัสดี ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 3 Mr. ERIC KUMI สโมสรลพบุรี ซิตี้ ได้ใช้เท้าเหยียดพยายามเตะที่บอล ทิศทางเคลื่อนที่ตรงไปด้านหน้า การสัมผัสถูกตัวกันเพียงเล็กน้อย ไม่ส่งผลทำให้ฝ่ายตรงข้ามล้ม การที่ฝ่ายตรงข้ามล้มลงไปนั้น เป็นการสร้างการสัมผัสจากผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด และล้มลงไปด้วยตนเอง ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์และไม่ให้จุดโทษแก่สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ถือว่าตัดสินถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 44 ผู้เล่นหมายเลข 88 Mr. SUNHO CHA สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด เข้าปะทะกับผู้เล่นหมายเลข 77 Mr. OZOBIALU CHINEDU KENNEDY สโมสรลพบุรี ซิตี้ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์และให้จุดโทษแก่สโมสรลพบุรี ซิตี้ พร้อมทั้งให้ใบเหลืองผู้เล่นหมายเลข 88 Mr. SUNHO CHA สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ซึ่งสโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด มองว่า ผู้เล่นหมายเลข 88 Mr. SUNHO CHA สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด เข้าสกัดโดนบอลก่อน อีกทั้งยังมีผู้เล่นหมายเลข 21 นายธุวานนท์ บุญมา สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด และผู้รักษาประตูอยู่ในตำแหน่งป้องกัน ทำให้ไม่ใช่จังหวะได้เปรียบชัดเจน
- ผลพิจารณา
นายณัทภัค สวัสดี ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากการสไลด์ของผู้เล่นหมายเลข 88 Mr. SUNHO CHA สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ในจังหวะดังกล่าว ส่งผลทำให้เกิดจุดสัมผัส (Point of Contact) บริเวณหัวเข่าของคู่ต่อสู้ และผู้เล่นหมายเลข 21 นายธุวานนท์ บุญมา สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ยังได้เข้าชนปะทะบริเวณลำตัว (Charging) เป็นเหตุให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามล้มลง การกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามกติกาข้อ 12 เรื่องการเล่นผิดกติกาและประพฤติผิด (Fouls and Misconduct) ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์และให้สโมสรลพบุรี ซิตี้ ได้เตะลูกโทษ ถือว่าตัดสินถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 3
ในนาทีที่ 90+2 ผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ครอบครองบอลบริเวณกลางสนาม ก่อนถูกผู้เล่นหมายเลข 90 Mr. ANDREY MARCELFERREIRA COUTINHO สโมสรลพบุรี ซิตี้ ผลักจากด้านหลังจนล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่มีการเป่าฟาวล์ ซึ่งทางสโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด มองว่า การปล่อยเล่นต่อทำให้เสียเปรียบในช่วงเวลาสำคัญ
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายณัทภัค สวัสดี ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (2) ภาคทัณฑ์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 90 Mr. ANDREY MARCELFERREIRA COUTINHO สโมสรลพบุรี ซิตี้ เข้าเล่นจากด้านหลัง มีการใช้มือผลักที่ด้านหลัง และใช้ต้นขากระแทกใส่ที่บริเวณด้านหลังของผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ทำให้ผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด ล้มลง ถือเป็นการกระทำผิดกติกาเกี่ยวกับการชน (Charging)
5.การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด พบ สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี (สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 20 ผู้เล่นหมายเลข 7 นายพิษณุศักดิ์ ชื่นบัวอินทร์ สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี ปะทะกับผู้เล่นหมายเลข 15 นายพงศ์พันธ์ คำเขียว สโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด ก่อนถูกเป่าฟาวล์ฐานนอนเล่นบอล จากนั้นผู้เล่นหมายเลข 77 นายกิตติพงษ์ นามแสง สโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด เข้ามาวางแข้งใส่ผู้เล่นหมายเลข 7 นายพิษณุศักดิ์ ชื่นบัวอินทร์ สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี โดยไม่เจตนาเล่นบอล แต่ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองทั้งสองฝ่าย ซึ่งสโมสรเชียงใหม่ เอฟซี มองว่า การกระทำของผู้เล่นหมายเลข 77 นายกิตติพงษ์ นามแสง สโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด เข้าข่าย Violent Conduct ตามกติกาข้อ 12 และควรเป็นใบแดงโดยตรง
- ผลพิจารณา
นายศุภณัฐ ยาอินตา ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากการเตะของผู้เล่นหมายเลข 77 นายกิตติพงษ์ นามแสง สโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด เป็นลักษณะการเตะที่ไม่มีการใช้ปลายเท้า ไม่เปิดเท้า ไม่เข้าลักษณะการทำร้าย แต่เป็นการเล่นในลักษณะขาดการไตร่ตรองยั้งคิด (RECKLESS) ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินให้คาดโทษ (ใบเหลือง) แก่ผู้เล่นหมายเลข 77 นายกิตติพงษ์ นามแสง สโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด ถือว่าตัดสินถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 32 ผู้เล่นหมายเลข 14 นายก้องภพ กรรมสิทธิ์ สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี เข้าถึงบอลก่อนในเขตโทษ ก่อนถูกผู้เล่นหมายเลข 77 นายกิตติพงษ์ นามแสง สโมสรแม่โจ้ ยูไนเต็ด เตะโดนขาจนล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี ไม่ได้จุดโทษ และกลับตัดสินว่าผู้เล่นหมายเลข 14 นายก้องภพ กรรมสิทธิ์ สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี เป็นฝ่ายฟาวล์ ซึ่งทางสโมสรเชียงใหม่ เอฟซี มองว่า การวินิจฉัยดังกล่าวอาจคลาดเคลื่อนจากกติกา เนื่องจากเป็นการเตะคู่ต่อสู้ภายในเขตโทษ ผู้ตัดสินควรพิจารณาเป็นจุดโทษ
- ผลพิจารณา
นายศุภณัฐ ยาอินตา ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 14 นายก้องภพ กรรมสิทธิ์ สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี เป็นผู้เข้ามาเล่นด้วยการสร้างการสัมผัสด้วยเท้าที่เป็นอันตรายต่อตนเองและฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังเหวี่ยงเท้าเตะลูกบอลออกไป ถือเป็นการเล่นที่ผิดกติกาเกี่ยวกับการปะทะ/แย่งชิง (Challenge) ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินพิจารณาว่าผู้เล่นหมายเลข 14 นายก้องภพ กรรมสิทธิ์ สโมสรเชียงใหม่ เอฟซี เป็นผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ดังกล่าว ถือว่าตัดสินถูกต้อง
6.การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรพีที สตูล เอฟซี พบ สโมสรภูเก็ต อันดามัน เอฟซี (สโมสรพีที สตูล เอฟซี ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 46 ผู้เล่นหมายเลข 32 Mr. WELLERSON DA SILVA MACHADO GUIMARAES สโมสรพีที สตูล เอฟซี เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษก่อนถูกผู้เล่นหมายเลข 5 นายกษิเดช หมันหนู สโมสรภูเก็ต อันดามัน เอฟซี เข้าจากด้านหลังจนล้มลง ผู้ตัดสิน เห็นว่าโดนบอลก่อนและไม่ให้จุดโทษ โดยให้เป็นลูกเตะมุมแทน ซึ่งทางสโมสรพีที สตูล เอฟซี มองว่าเป็นการเข้าบอลจากด้านหลังที่อันตราย ควรเป็นฟาวล์และจุดโทษ
- ผลพิจารณา
นายซัรวาน กาเร็งสานา ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 5 นายกษิเดช หมันหนู สโมสรภูเก็ต อันดามัน เอฟซี ได้ใช้เท้าขวาเตะบอล ใช้ปลายเท้าจิ้ม/เตะ ถูกบอลกระดอนออกไปนอกสนาม ภายหลังจากที่เตะบอลออกไปแล้ว ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจึงมีการสัมผัสถูกตัวกันและล้มลงทั้งคู่ ซึ่งเป็นปกติของการเล่น ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ และไม่ให้สโมสรพีที สตูล เอฟซี ได้จุดโทษ ถือว่าตัดสินถูกต้องแล้ว
7.การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด พบ สโมสรพราม แบงค็อก (สโมสรพราม แบงค็อก ร้องเรียนมา 1 หตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 42 ผู้เล่นหมายเลข 8 นายชวัลวิทย์ แซ่เล้า สโมสรพราม แบงค็อก ถูกผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด เข้าปะทะจากด้านหลัง จนล้มลงในกรอบเขตโทษของสโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด แต่ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรพราม แบงค็อก ไม่ได้จุดโทษ ซึ่งทางสโมสรพราม แบงค็อก มองว่า ผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด เจตนาเข้าปะทะจากทางด้านหลัง (Pushing/Charging from behind) ซึ่งเป็นการกระทำผิดกติกาอย่างชัดเจน และส่งผลต่อการได้ประตูโดยตรง
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายตฤณ สหชัยภัทร ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 8 นายวรพล ประจันบาล สโมสรฟูเทร่า ยูไนเต็ด (ฝ่ายรับ) ได้พยายามเบียดแย่งชิงลูกบอลจากด้านหลัง พร้อมพยายามใช้เท้าเตะบอล แต่ไม่สามารถสัมผัสบอลได้ เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 8 นายชวัลวิทย์ แซ่เล้า สโมสรพราม แบงค็อก (ฝ่ายรุก) ซึ่งอยู่ในตำแหน่งด้านหน้า มีความได้เปรียบในตำแหน่งและทิศทางการเคลื่อนที่ สามารถก้าวเท้าและบังแนวทางบอลได้ก่อน อันเป็นการครอบครองบอลโดยชอบตามหลักการเล่น จากจังหวะการพยายามเข้าสกัดดังกล่าว ฝ่ายรับได้เหยียดเท้าออกไปด้านหน้าในลักษณะผิดจังหวะ ส่งผลให้เท้าขวาไปสัมผัสเท้าของผู้เล่นฝ่ายรุก เป็นเหตุให้ผู้เล่นฝ่ายรุกเสียหลักล้มลง ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์และให้จุดโทษแก่สโมสรพราม แบงค็อก ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
9.การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 คู่ระหว่างสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 พบ สโมสรชาติตระการ ซิตี้ (สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 29 ผู้เล่นหมายเลข 46 นายอนุราช จุยานนท์ สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 ได้พยายามทำการสไลด์สกัดลูกบอลนอกกรอบเขตโทษของสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 แต่ผู้ตัดสินให้เป็นการฟาวล์ เนื่องจากมองว่าผู้เล่นหมายเลข 46 นายอนุราช จุยานนท์ สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 สไลด์ไปโดนขาผู้เล่นหมายเลข 37 นายณัฐวุฒิ เนื้อไม้ สโมสรชาติตระการ ซิตี้ เป็นเหตุให้ในจังหวะต่อมาสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 เสียประตู ซึ่งทางสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 มองว่า ผู้เล่นหมายเลข 46 นายอนุราช จุยานนท์ สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 เข้าสไลด์โดนบอลชัดเจน และไม่ได้ฟาวล์คู่ต่อสู้ จึงมองว่าการตัดสินดังกล่าวอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในสนาม
- ผลพิจารณา
นายอัครชัย ขันทะลี ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 46 นายอนุราช จุยานนท์ สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 (ฝ่ายรับ) กระโดดพุ่งเหยียดเท้าทั้งสองข้างลอยจากพื้น เข้าสกัดบอลในลักษณะพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ แม้เท้าจะสัมผัสบอลก่อน แต่จากแรงและความเร็วของการกระโดด ทำให้การเคลื่อนที่ต่อเนื่องไปกระแทกโดนเท้าผู้เล่นหมายเลข 37 นายณัฐวุฒิ เนื้อไม้ สโมสรชาติตระการ ซิตี้ จนล้มลง ถือเป็นการกระทำผิดกติกาเกี่ยวกับการสกัดกั้น/ปะทะแย่งชิง (TACKLE / CHALLENGE) ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ และให้สโมสรชาติตระการ ซิตี้ ได้เตะฟรีคิก ถือว่าตัดสินถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 48 จากจังหวะที่ลูกบอลไปสัมผัสโดนผู้เล่นหมายเลข 11 นายวัชรชัย โพธิบาล สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินได้เป่าฟาวล์แฮนด์บอล ทำให้สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 เสียฟรีคิก ระยะอันตรายและถูกทำประตู ซึ่งทางสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 มองว่า แขนของผู้เล่นหมายเลข 11 นายวัชรชัย โพธิบาล สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 อยู่ในท่าทางธรรมชาติของการวิ่ง และไม่มีเจตนาเล่นบอลด้วยมือ จึงมองว่าการตัดสินแฮนด์บอลครั้งนี้อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในสนาม
- ผลพิจารณา
นายอัครชัย ขันทะลี ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 11 นายวัชรชัย โพธิบาล สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด 2025 วิ่งเข้าบังทางบอลและพยายามยกเท้าเตะสกัด แต่ถลำตัวไปด้านหน้า ทำให้เตะไม่โดนบอล ในจังหวะดังกล่าว แขน/มือของผู้เล่นกางออกห่างจากลำตัวในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้ร่างกายใหญ่ขึ้น และแขนไปขวางทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกบอล ถือเป็นการทำผิดฐานแฮนด์บอล ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ และให้สโมสรชาติตระการ ซิตี้ ได้เตะฟรีคิก ถือว่าตัดสินถูกต้อง
National Team Women's
20 February 2026
OFFICIAL! : ประกาศ รายชื่อ 23 แข้ง “ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20” สู้ศึก BEE GIRLS TROPHY 2026 ที่ตุรกี
National Team Women's
19 February 2026
สมาคมฯ ส่ง “ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20” เก็บตัวที่ตุรกี เตรียมพร้อมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย U20
ร่วมงานกับเรา
19 February 2026
ประกาศ : รับสมัคร "อาสาสมัคร" ร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย