22 April 2026

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 44 ประจำฤดูกาล 2568/69

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 44 ประจำฤดูกาล 2568/69 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน

พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล

1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 18 เมษายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ สโมสรราชบุรี เอฟซี

- เหตุการณ์
นาทีที่ 90+6 ในขณะที่ผู้เล่นสโมสรราชบุรี เอฟซี ทำประตูได้ แล้วมาแสดงความดีใจฝั่งด้านหน้าผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ได้มีกองเชียร์สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หลังประตูอัฒจันทร์ด้านทิศใต้ระหว่างเส้นข้างกับเส้น 18 หลา ได้โยนก้อนน้ำแข็งลงมาใส่ผู้เล่นสโมสรราชบุรี เอฟซี ที่มาแสดงความดีใจ แต่ไม่โดนใคร ผู้ตัดสินเห็นเหตุการณ์ จึงแจ้งให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ที่อยู่บริเวณดังกล่าว เคลียร์ก้อนน้ำแข็งออกจากสนามประมาณ 4-5 ก้อน

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ขว้างปาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในสนาม มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงิน 30,000 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 18 เมษายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด พบ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

- เหตุการณ์
ในการประชุมผู้จัดการทีม ผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งที่ประชุมทั้ง 2 ทีม ถึงขั้นตอนการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขันและนัดหมายการเข้ามาตั้งแถวเพื่อเตรียมลงทำการแข่งขันโดยปรากฏว่าสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ออกมาพร้อมที่อุโมงค์ เวลา 18.19 น. แต่สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ยังไม่ออกมา ได้แจ้งเตือนครั้งแรก เวลา 18.20 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันกดกริ่งเรียก ต่อมาสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ยังไม่ออกมาครั้งที่สอง เวลา 18.21 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันกดกริ่งเรียกอีกครั้ง  และสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมา เวลา 18.22 น.  โดยผู้ตัดสินเริ่มการแข่งขันเวลา 18.32 น. ช้ากว่าเวลา 2 นาที

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ทำตามกำหนดการ ขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 เป็นการกระทำผิดครั้งแรกลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 3.6 ต้องทำตามกำหนดการ ขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) ภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะเป็นความผิด ไม่ว่าจะเริ่มการแข่งขันในเวลาได้หรือไม่ก็ตาม 

ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)

3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 18 เมษายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด พบ สโมสรมหาสารคาม เอสบีที เอฟซี

- เหตุการณ์
จากการติดตามสภาพสนามหญ้าของสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด ในนัดวันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569 สภาพสนาม มีหญ้าขึ้นไม่ครอบคลุมทั่วสนาม บางจุดมีหญ้าตาย พื้นสนามไม่เรียบ ขรุขระ ส่วนหน้าประตูทั้ง 2 ฝั่งดีขึ้น 

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด พื้นสนามที่ใช้แข่งขันไม่สมบูรณ์ กล่าวคือ พื้นสนามแข็งมาก หรือไม่เรียบ หรือมีหญ้าปกคลุมไม่ทั่ว มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.1.8  ครั้งที่สอง ปรับเงิน 40,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 26,666 บาท  

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 5.1.8 พื้นสนามที่ใช้แข่งขันไม่สมบูรณ์ กล่าวคือ พื้นสนามแข็งมาก หรือไม่เรียบ หรือมีหญ้าปกคลุมไม่ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณเขตโทษหรือเขตประตู หรือเส้นแสดงเขตต่าง ๆ ไม่ชัดเจน แต่ละกรณีมีโทษดังนี้

ครั้งแรก ปรับเงิน 20,000 บาท
ครั้งที่สอง ปรับเงิน 40,000 บาท
ครั้งที่สาม ปรับเงิน 60,000 บาท และห้ามใช้แข่งขันชั่วคราว 
ครั้งที่สี่ ปรับเงิน 80,000 บาท และห้ามใช้ตลอดฤดูกาล

4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 19 เมษายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด พบ สโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด

เหตุการณ์ที่ 1
เวลา 17.31 น. ในระหว่างการอบอุ่นร่างกายก่อนการแข่งขัน ได้รับแจ้งจาก นายสมเกียรติ ฟองเพชร ผู้ฝึกสอนสโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ว่ามีกองเชียร์สโมสรพัทยาฯ บริเวณโซนหลังประตูทิศใต้ (Dangerous Zone) ใช้ถ้อยคำด่าทอผู้เล่นสโมสรศรีสะเกษฯ ที่กำลังอบอุ่นร่างกายอยู่ในบริเวณดังกล่าว  หลังจากได้รับแจ้ง ผู้ควบคุมการแข่งขันได้ประสานงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าไประงับเหตุทันที โดยเหตุการณ์ได้ยุติลงในเวลา 17.36 น. ทั้งนี้ หลังจบการแข่งขันผู้ควบคุมการแข่งขันได้โทรศัพท์สอบถาม นายธนายุทธ ธนพิพัฒน์พงษ์ ผู้จัดการทั่วไปสโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ซึ่งนายธนายุทธฯ ได้ยืนยันว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ส่วนรายละเอียดของถ้อยคำด่าทอนั้น นายสมเกียรติฯ รวมถึงนักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ทีมที่อยู่ในเหตุการณ์สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้   

เหตุการณ์ที่ 2
ได้รับแจ้งจากคุณกวินภัค รุ้งฟ้าไพศาล ผู้จัดการทั่วไปสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ว่า ในนาทีที่ 75 หลังจากที่ผู้เล่นหมายเลข 9 Mr. GUSTAVO AGUIAR สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ทำประตูที่ 3 ได้สำเร็จ ได้วิ่งไปแสดงความดีใจต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสดบริเวณหลังประตู ซึ่งเป็นจุดที่มีกองเชียร์สโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ยืนเชียร์อยู่ ทำให้ถูกกองเชียร์บริเวณดังกล่าวสาดน้ำเข้าใส่  ผู้ควบคุมการแข่งขันได้ตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลังผ่านทาง AIS Play พบว่า มีการสาดน้ำออกมาจากบริเวณนอกรั้วสนามด้านที่มีกองเชียร์สโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ยืนอยู่จริง แต่ไม่มีเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย 

เหตุการณ์ที่ 3
เวลา 19.57 น. หลังจากผู้ตัดสินเป่าจบการแข่งขัน และทีมงานผู้ตัดสินรวมถึงผู้เล่นทีมเยือนได้เข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ผู้เล่นสโมสรพัทยาฯ กำลังเดินขอบคุณกองเชียร์ตามโซนต่าง ๆ จนถึงอัฒจันทร์โซนหลังประตูทิศใต้ (กลุ่มแฟนบอล Dangerous Zone) ต่อมาเวลา 20.21 น. กองเชียร์กลุ่มดังกล่าวได้มีการจุดพลุแฟร์บนอัฒจันทร์ พร้อมกับกองเชียร์สโมสรพัทยาฯ อีกกลุ่มที่อยู่บริเวณอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามประธาน โดยเหตุการณ์จุดพลุแฟร์ได้สิ้นสุดลงในเวลา 20.24 น. มูลเหตุจูงใจในการจุดพลุแฟร์ คาดว่าเนื่องจากนัดนี้เป็นการแข่งขันในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาล จึงเป็นการจุดเพื่อสั่งลาการเล่นในบ้าน ประกอบกับได้รับฟังกองเชียร์บางคนตะโกนว่า เป็นการจุดเพื่อเฉลิมฉลองที่ทีมสามารถรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ

- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษกองเชียร์สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ด่าบุคคลใดด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 วรรคแรก ปรับเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท  

2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรศรีสะเกษ ยูไนเต็ด สาดน้ำเข้าไปในสนามแข่งขัน กระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 20,000 บาท  

3) ลงโทษกองเชียร์สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขันอันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 40,000 บาท  

4) ลงโทษสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด บกพร่องในการตรวจเช็คหรือควบคุมไม่ให้กองเชียร์นำพลุ ประทัดดอกไม้ไฟ เข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขันหรืออัฒจันทร์ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (1) ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 20,000 บาท  

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท 

หากการกระทำผิดตามวรรคแรก กระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท  

หากเป็นการกระทำโดยผ่านเครื่องโทรโข่ง หรือเครื่องขยายเสียงประกอบการเชียร์ หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง  4 นัด

ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท
 หากผลจากการกระทำตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใด หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือสถานที่ใด องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่กระทำ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาท และต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับอันตราย และค่าเสียหายของทรัพย์สินหรือสถานที่ รวมทั้งอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ

ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

ข้อ 5.3.18 ความบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน

(1) บกพร่องในการตรวจเช็คหรือควบคุมไม่ให้กองเชียร์หรือบุคคลใด นำขวดน้ำ พลุ ประทัดดอกไม้ไฟ หรือวัสดุที่สามารถนำไปใช้ในการทำร้ายกันได้ เข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขัน หรืออัฒจันทร์ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000  บาท ถึง 50,000 บาท

5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก วันที่ 18 เมษายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรเพชรบุรี เอฟซี พบ สโมสรดีพียู ท่ายาง เอฟซี

- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน ระหว่างผู้ตัดสินเดินกลับเข้ามาอุโมงค์ ได้มีกองเชียร์สโมสรเพชรบุรี เอฟซี โดยเฉพาะคนใส่เสื้อสีเขียว ได้ด่าด้วยคำหยาบคายและอีกหลายคนที่นั่งอยู่ทางด้านอัฒจันทร์ของกองเชียร์ที่ทางทีมเหย้าจัดให้ เดินมาด่าทอผู้ตัดสิน ด้วยคำหยาบคาย คำไม่สุภาพต่าง ๆ นานา มูลเหตุมาจากจังหวะที่ผู้ตัดสินให้จุดโทษกับทีมเยือน

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรเพชรบุรี เอฟซี ด่าบุคคลใดด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 วรรคแรก ปรับเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 2,500 บาท  

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท 

หากการกระทำผิดตามวรรคแรก กระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท  

หากเป็นการกระทำโดยผ่านเครื่องโทรโข่ง หรือเครื่องขยายเสียงประกอบการเชียร์ หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง  4 นัด

6. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก วันที่ 18 เมษายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด  พบ สโมสรเขากำแพง เอสเอสดีซี

- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 90+1 สโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด ทำประตูขึ้นนำ 2-1 Mr. Wael Farouk Mohamed ประธานสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ในม้านั่งสำรอง วิ่งออกมาแสดงอาการดีใจ ยั่วยุ กองเชียร์สโมสรเขากำแพง เอสเอสดีซี (ทีมเยือน) และกองเชียร์สโมสรเขากำแพง เอสเอสดีซี (ทีมเยือน) สวมชุดสีดำ 3 คน ไม่พอใจจึงลุกมาตะโกนด่าด้วยคำหยาบคายให้กับประธานสโมสรรายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจระงับเหตุไว้ได้ ไม่มีอะไรบานปลาย แต่กองเชียร์ทีมเยือนก็ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายอยู่เป็นระยะ จนหมดเวลาการแข่งขัน

- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษ Mr. Wael Farouk Mohamed ประธานสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน กระทำการยั่วยุ อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขัน  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.5 พักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท  แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 5,000 บาท  

2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรเขากำแพง เอสเอสดีซี ด่าบุคคลใดด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 วรรคแรก ปรับเงิน 10,000 บาท  แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 2,500 บาท

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 2.5 แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน เช่น เข้าไปประท้วงการตัดสินของผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่เจ้าหน้าที่การแข่งขัน หรือกระทำการยั่วยุ อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขัน การแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ หรือใช้ภาษากายที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อบุคคลใด หรือปลุกเร้านักกีฬาฟุตบอลอันอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรง ทั้งก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 10,000 บาท ถึง 20,000 บาท

ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท 

หากการกระทำผิดตามวรรคแรก กระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท  

หากเป็นการกระทำโดยผ่านเครื่องโทรโข่ง หรือเครื่องขยายเสียงประกอบการเชียร์ หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด

ข่าวสารอื่นๆ

Development

20 April 2026

ครั้งแรกในไทย AIS เดินหน้ายกระดับครูพละทั่วไทย เปิด ‘G’ Diploma สร้างรากฐานโค้ชฟุตบอลส่งต่อโรงเรียนท้องถิ่น

ครั้งแรกในไทย AIS เดินหน้ายกระดับครูพละทั่วไทย เปิด ‘G’ Diploma สร้างรากฐานโค้ชฟุตบอลส่งต่อโรงเรียนท้องถิ่น

Competitions

20 April 2026

น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ร่วมกับ สมาคมฯ จัดพิธี จับสลากการแข่งขันฟุตบอล "ช้าง เอฟเอ คัพ" ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ

น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ร่วมกับ สมาคมฯ จัดพิธี จับสลากการแข่งขันฟุตบอล "ช้าง เอฟเอ คัพ" ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ

Organization

20 April 2026

AFC ส่งหนังสือขอบคุณ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการจัดการแข่งขัน AFC U20 Women’s Asian Cup Thailand 2026

AFC ส่งหนังสือขอบคุณ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการจัดการแข่งขัน AFC U20 Women’s Asian Cup Thailand 2026